“เจ้าแพ้แล้ว”
ได้ยินคำถามของหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ตอบคำถามอะไร แต่เลือกจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มหยอกล้อต่อแทน
ตั้งแต่ที่เห็นหลิงเจวี๋ยอวิ๋นครั้งแรก จวบจนได้พบเจอกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นในภายหลัง เขาก็รู้สึกว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นผู้นี้ช่างหยิ่งยะโสเหลือเกิน
ครั้งสุดท้ายก่อนจะจากกันที่ทะเลสาบอวิ๋นโยว อีกฝ่ายก็ยังข่มขู่เขาด้วย
ตอนนั้นเขาเองก็ไม่พอใจอยู่บ้าง จึงท้าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นออกไป ว่าหลังไปเจอกันที่คฤหาสน์เฉวียนโยวเมื่อไหร่ ค่อยประลองกันสักตั้ง
วันนี้นับว่าเขาได้ประมือกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นก่อนกำหนด และสุดท้ายก็เป็นคนที่ได้ชัยมาครอง!
ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากเห็นก็คือสีหน้าท่าทีผิดหวังของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นหลังจากพ่ายแพ้ให้เขา เพราะเขารู้สึกว่าเรื่องนี้สมควรเป็นเรื่องหนักหนาและยากที่คนอย่างหลิงเจวี๋ยอวิ๋นจะยอมรับได้
อย่างไรก็ตาม ฉากเรื่องราวต่อมากลับผิดคาดต้วนหลิงเทียนอยู่บ้าง
“อ่าข้าแพ้…”
โดนต้วนหลิงเทียนล้อเลียนแท้ๆ แต่หลิงเจวี๋ยอวิ๋นกลับพยักหน้ากล่าวยอมรับออกมาคล้ายไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“แค่นี้?”
เห็นหลิงเจวี๋ยอวิ๋นแลดูเฉยๆมาก ต้วนหลิงเทียนก็แปลกใจอยู่บ้าง เขารู้สึกว่าท่าทีของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นมันไม่น่าจะเป็นแบบนี้ได้เลย
สำหรับคนเย่อหยิ่งอย่างหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ไม่ใช่ว่าหากแพ้ขึ้นมา ถ้าไม่สลดหดหูแลดูผิดหวัง ก็ต้องหัวเสียรับไม่ได้ทั้งโวยวายใส่เขาหรือไร?