“ในเมื่อเจ้าเองก็มาจากระนาบทวยเทพแถมอายุก็พอๆกับข้า ถ้างั้นเจ้าจะเอาชนะข้าได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”
เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของต้วนหลิงเทียน หลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็กล่าวตอบออกมา
อย่างไรก็ตามหลังมันกล่าวจบคำได้ไม่ทันไร สองตาก็ทอประกายวูบวาบขึ้นมาทั้งลั่นวาจาเสียงแข็ง “แต่สักวัน ข้าต้องเอาชนะเจ้าได้แน่นอน!”
ได้ยินคำพูดของหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจได้ทันทีว่าไฉนอีกฝ่ายแลดูเฉยๆที่แพ้พ่ายนัก
ปรากฏว่าอีกฝ่ายดันเชื่อจริงๆว่าเขามีพลังสายเลือด!
หากเขามีพลังสายเลือด หลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็เลยเข้าใจว่าถึงเขาจะไม่ได้มาจากดินแดนการล่มสลายแห่งทวยเทพ ก็สมควรมาจากระนาบทวยเทพอื่น
ต้วนหลิงเทียนได้แต่คลี่ยิ้มขื่นขม
ไฉนเขาต้องพูดล้อเล่นเรื่องมีพลังสายเลือดออกไปด้วย?
เขารู้ดีแก่ใจ
คนที่หยิ่งยะโสอย่างหลิงเจวี๋ยอวิ๋นที่ต้องระหกระเหินหนีออกมาจากดินแดนการล่มสลายแห่งทวยเทพนั้น หากมาแพ้คนจากระนาบทวยเทพที่อายุเท่าๆกัน ก็คงไม่รู้สึกรู้สาอะไร
ทว่าหากพบว่าตัวเองแพ้คนที่ไม่ได้มาจากระนาบทวยเทพ ก็เสมือนมีระเบิดลูกใหญ่ถล่มลงกลางใจแน่นอน!
…
วันเวลาผันผ่านไปดั่งม้าขาวควบตะบึง
พริบตาก็ล่วงเลยไปอีก 10 เดือน
สูงขึ้นไปบนฟ้าเหนือจัตุรัสกลางเมืองฝูซาน ปรากฏร่างสองร่างก้าวออกมาจากประตูบ้านลานเทียนอีบนเกาะที่ลอยล่องเหนือเมฆ
เป็นต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋น