ต้วนหลิงเทียนก็หันมองไปตามมือที่ผายของชายวัยกลางคนทันที
จากนั้นเขาก็พบว่าเกาะลอยบนชั้นสูงสุดเกาะหนึ่ง มีบ้านลานขนาดปานกลางตั้งอยู่ และหน้าประตูบ้านลานดังกล่าวก็มีป้ายเขียนว่า ลานเทียนอี แปะไว้
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็ว่ายตามองไปยังเกาะลอยข้างๆในระดับชั้นเดียวกัน จึงเห็นว่าเหนือประตูบ้านลานดังกล่าวมีคำว่า ลานชิงเทียน เขียนไว้ สิ่งนี้ก็ทำให้เขางงเล็กน้อย ว่าไฉนไม่เป็นลานเทียนเอ้อ หรือเทียนซัน…
(ลานฟ้า 2 ลานฟ้า 3)
“หลิงเจวี๋ยอวิ๋น”
จากนั้นต้วนหลิงเทียนก็ส่ายหัวไปมาเบาๆ ค่อยหันกลับมามองลานเทียนอีอีกครั้ง และส่งเสียงผ่านพลังเข้าไปในบ้านลานดังกล่าว เพื่อเรียกหาหลิงเจวี๋ยอวิ๋นทันที
แอ๊ด…
หลังต้วนหลิงเทียนส่งเสียงไปได้ไม่ทันไร ประตูบ้านลานเทียนอีบนเกาะลอยกลางหาวเบื้องหน้าก็ค่อยๆแง้มเปิดออกมา จากนั้นก็ปรากฏร่างในชุดสีเทาก้าวออกมาอย่างเอื่อยเฉื่อย
เป็นชายหนุ่มชุดเทาอันมีใบหน้าเฉยชาไร้แยแสนัก บริเวณเอวข้างหนึ่งสะพายกระบี่เอาไว้ ยามก้าวเดินออกมาในลานอย่างไม่รีบไม่ร้อน เส้นผมยาวที่รวบมัดโบกสะบัดไปตามสายลมให้ความรู้สึกสง่างามน่าเกรงขามปานเซียนกระบี่
เป็นหลิงเจวี๋ยอวิ๋นเอง
เมื่อหลิงเจวี๋ยอวิ๋นก้าวออกยังลานได้สักพัก มันก็เหินร่างขึ้นมาหาต้วนหลิงเทียน ส่วนทางด้านชายวัวยกลางคนเมื่อเห็นว่าแขกพบเจอสหายแล้ว ก็เหินร่างจากไปเงียบๆ
“นี่เจ้ามารอข้าอยู่กี่วันแล้ว?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถาม
“ 3 วัน”