หลิงเจวี๋ยอวิ๋นกล่าวตอบเสียงเรียบ
ต้วนหลิงเทียนลองนึกเวลาดู เขาก็พบว่าตัวเองใช้เวลาเดินทางจากนิกายอมตะเป้าผู่มาถึงเมืองฝูซานแห่งนี้ 2 วันเต็มๆ กล่าวได้ว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นมาถึงที่นี่ได้วันเดียว ก็ติดต่อมาหาเขาเลย
“เข้าไปคุยข้างในเถอะ”
หลังหลิงเจวี๋ยอวิ๋นกล่าวชวนต้วนหลิงเทียนจบคำ มันก็เหินร่างกลับไปยังลานเบื้องล่างทันที
ต้วนหลิงเทียนที่เหินตามเข้าไปก็พบว่าก่อนจะถึงลานบนเกาะ ห้วงอากาศว่างเปล่าก็ปรากฏระลอกคลื่นวงกลมเล็กน้อย ราวกับประตูบานหนึ่งเปิดออก รอให้ผู้คนก้าวเข้าไป
ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจได้ไม่ยาก ว่านี่สมควรเป็นม่านพลังจากค่ายกลที่ป้องกันลานเทียนอี
‘หืม? เห็นลานชั้นตี้ กับลานชั้นเหรินแล้ว…’
ก่อนจะเข้ามาในเขตลานเทียนอี ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นแต่แรกว่า เมื่อเหินขึ้นมาถึงระดับหนึ่งจะมองไม่เห็นลานชั้นตี้กับลานชั้นเหรินอีกต่อไป เห็นเพียงแพเมฆสีขาวเบื้องล่างกับลานชั้นเทียนอื่นๆรอบข้างเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หากหรี่ตามองดูให้ดีเขาจะพบว่ามีจุดดำๆใต้เมฆขาวให้เห็นรางๆ
และหากเพ่งมองให้ละเอียดจะพบว่าจุดดำๆใต้แพเมฆขาวก็คือลานชั้นตี้ กับลานชั้นเหรินนั่นเอง
‘ตอนข้าอยู่ด้านล่าง ทันทีที่เหินผ่านแพเมฆมาก็จะเห็นลานชั้นเหริน ชั้นตี้ และชั้นเทียนชัดเจน และดูเหมือนจะอยู่สูงเหลื่อมล้ำกันชั้นละ 100 หมี่เท่านั้น…’