‘แต่ตอนเหินขึ้นมาถึงน่านฟ้าของลานชั้นเทียน พอมองลงไปกลับไม่เห็นอะไรเลย จนมาเข้าเขตม่านพลังของลานเทียนอีก่อน ค่อยสังเกตเห็นลานชั้นตี้กับหลานชั้นเหรินอีกครั้ง แต่ระยะห่างจากลานชั้นตี้ตอนนี้มันเกินหมื่นหมี่เสียอีก..’
‘ลานชั้นตี้ยังดีที่หากเพ่งมองก็พอเห็นเรื่องราวได้บ้าง แต่ลานชั้นเหรินยากจะเห็นอะไรได้ชัด…’
ต้วนหลิงเทียนย่อมตระหนักได้แต่แรก ว่าระยะทางที่ตาเห็นนั้นมันมันผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง แม้จะเห็นว่าลานแต่ละชั้นห่างกันร้อยหมี่ แต่ที่จริงมันมากกว่านั้น และทั้งหมดสมควรเป็นเพราะค่ายกลบางอย่างแน่นอน
หลังจากที่หลิงเจวี๋ยอวิ๋นเข้าไปในม่านพลังปกคลุมลานเทียนอีแล้ว ต้วนหลิงเทียนที่เหินร่างตามมาติดๆ ก็สัมผัสได้ถึงสำนึกเทวะหนึ่งแผ่มาปกคลุมรอบกายเขา จากนั้นหลังเขาผ่านม่านพลังดั่งระลอกคลื่นนั่นเข้ามา ระลอกคลื่นดังกล่าวก็หายไปทันที
เห็นได้ชัดว่าม่านพลังที่ปกคลุมลานเทียนอีอยู่ มันปิดตัวลงทันทีที่เขาเข้ามา
“นี่คือป้ายหยกเข้าลานเทียนอี เจ้าพกติดตัวไว้ด้วย ตอนจะเข้าจะออกก็แผ่สำนึกลงป้ายหยกนี่ ม่านพลังก็จะเปิดให้เจ้าผ่านเข้าออก”
หลังต้วนหลิงเทียนโรยตัวมาหยุดยืนบนลานแล้ว หลิงเจวี๋ยอวิ๋นที่เหินลงมาถึงก่อน ก็หันกลับมายื่นส่งป้ายหยกแผ่นหนึ่งให้เขา
บนป้ายหยกดังกล่าวก็มีอักษร ลานเทียนอี สลักไว้อย่างบรรจง