“ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา อาวุโสใหญ่เฝ้ารอเจ้าอยู่ไม่ไปไหน…การตายของหวังหงนับว่าครอบงำจิตใจมันหมดสิ้น”
ซุนเหลียงเผิงส่ายหัวไปมาพลางกล่าว
ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่าน มันออกไปจากคฤหาสน์ที่พักคราใด ก็พบอาวุโสใหญ่ที่ยังนั่งเฝ้ารอบนยอดเขาไม่ไกลเสมอ อีกฝ่ายจับตาดูความเคลื่อนไหวคฤหาสน์ส่วนตัวมันแทบจะทุกฝีก้าว
ถึงแม้มันจะไม่พอใจกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ แต่ตราบใดที่หวังเชียนจ้านไม่ลงมือทำความผิด ต่อให้มันจะเป็นประมุขนิกายอมตะเป้าผู่ ก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรหวังเชียนจ้านได้
เพราะสุดท้ายแล้วตอนนี้หวังเชียนจ้านก็ยังดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสใหญ่ของนิกายอมตะเป้าผู่อยู่ ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ลงมือก่อความผิดอะไร อาวุโสระดับสูงคนอื่นๆย่อมไม่เห็นดีกับเรื่องที่ซุนเหลียงเผิงจะลงมือก่อนแน่นอน
ดังนั้นต่อให้ซุนเหลียงเผิงจะไม่พอใจกับการกระทำของหวังเชียนจ้านมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่อาจทำอะไรหวังเชียนจ้านได้เลย ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งเฝ้า ทั้งติดตามความเคลื่อนไหวของมันไปเรื่อยแบบนี้
“จริงสิประมุข…เมื่อครู่ท่านบอกว่านักฆ่ากะโหลกเลือดมาถึงนิกายอมตะเป้าผู่เราแล้วรึ?”
ต้วนหลิงเทียนถาม
“ใช่”
ซุนเหลียงเผิงพยักหน้า
“แล้วอาวุโสใหญ่นั่น มันไม่ติดต่อบอกความเคลื่อนไหวของพวกเราให้นักฆ่าคนนั้นรู้แล้วหรือไร ว่าข้ากำลังจะออกจากนิกายอมตะเป้าผู่?”
ต้วนหลิงเทียนถาม
“อาจติดต่อไปแล้วจริงๆ”
ซุนเหลียงเผิงพยักหน้าอีกครั้ง