มันเองก็รู้ดีแก่ใจ ว่าด้วยนิสัยของหวังเชียนจ้าน ป่านนี้คงแจ้งความเคลื่อนไหวไปยังนักฆ่าเรียบร้อยแล้ว
“อย่างไรก็ตาม ถึงแม้มันจะแจ้งนักฆ่ากะโหลกเลือดไปก็เท่านั้น สุดท้ายมันก็ถูกกำหนดให้ผิดหวังอยู่ดี…”
“เพราะมันไม่มีทางคิดถึงแน่ ว่าข้าจะมอบยันต์เงาวายุเพียงหนึ่งเดียวที่มีให้กับเจ้า…”
กล่าวถึงท้ายประโยค มุมปากของซุนเหลียงเผิงก็ยกยิ้มขบขันขึ้นมา แน่นอนว่าเป้าหมายของยิ้มเย้ยดังกล่าวก็เป็นหวังเชียนจ้านที่ตามมาห่างๆนั่น
ไม่นานนัก ต้วนหลิงเทียนกับซุนเหลียงเผิงก็เดินมาถึงชายขอบนิกายอมตะเป้าผู่
ถึงแม้จะเป็นชายขอบ แต่ที่นี่ก็ยังมีพลังอาคมของค่ายกลที่ปรมาจารย์ค่ายกลจากคฤหาสน์เฉวียนโยวมาจัดตั้งไว้ให้อย่างยากลำบากอยู่ ตราบใดที่ก้าวเท้าข้ามเขตมา ก็จำต้องถูกผลของอาคมติดตัวทันที
นักฆ่ากะโหลกเลือดนั่น หากก้าวเข้ามาในเขตอาคมแม้แต่ก้าวเดียว มันก็จะถูกพลังอาคมปนเปื้อนติดร่าง และจะถูกมองว่าหมิ่นหยามคฤหาสน์เฉวียนโยวทั้งเบื้องหลังคฤหาสน์เฉวียนโยวทันที เบื้องบนต้องไม่ปล่อยมันไปง่ายๆแน่!
ด้วยเหตุนี้เอง ต่อให้นักฆ่ากะโหลกเลือดที่มาจะเป็นราชาอมตะ 9 ตำหนัก แต่มันก็ไม่กล้าบุกเข้ามาเข่นฆ่าผู้คนในเขตนิกายอมตะเป้าผู่อย่างอุกอาจ เพราะเมื่อมันก่อเรื่องร้ายแรงขนาดนั้น มันก็เสมือนถูกลิขิตให้ตายตก!
พอต้วนหลิงเทียนกับซุนเหลียงเผิงเดินมาถึงชายขอบนิกาย นักฆ่ากะโหลกเลือดที่ซุ่มอยู่ก็สังเกตเห็นทั้งคู่เช่นกัน