‘ขอเพียงพวกเจ้าก้าวออกมาจากเขตอาคมของค่ายกลบัดซบนั่นเมื่อไหร่ ต้วนหลิงเทียนนั่นได้ตายแน่…ส่วนซุนเหลียงเผิงนั่นอย่างไรเสียก็เป็นประมุขนิกายอมตะเป่าผู่ หากข้าฆ่ามันก็ไม่พ้นต้องปัญหามากเรื่องตามมาแน่นอน เช่นนั้นยังคงไว้ชีวิตมันเถอะ’
‘ยิ่งไปกว่านั้น เป้าหมายที่ทำให้ข้าต้องถ่อมาถึงนี่ ก็มีแค่ต้วนหลิงเทียนคนเดียวเท่านั้น’
ในเงามิด นักฆ่าจากองค์กรกะโหลกเลือดด่านพลังราชาอมตะ 9 ตำหนัก ก็ซุ่มซ่อนอย่างมิดชิด ลูกตาจับจ้องมองต้วนหลิงเทียนเขม็ง ประหนึ่งนักล่าจับตาดูเหยื่อ
พลังเซียนอมตะของมันเริ่มโคจรขึ้นมาม้วนวนคลุมกาย เพียงรอให้ต้วนหลิงเทียนก้าวเท้าออกมานอกเขตอาคมนิกายอมตะเป้าผู่เมื่อไหร่ มันจะปะทุพลังสังหารลงมือในบัดดล!
ด้านต้วนหลิงเทียนที่มายืนบริเวณชายขอบนิกายอมตะเป้าผู่ ก็ไม่อาจจับสัมผัสใดๆได้เลย ว่ามีใครซุ่มซ่อนอยู่หรือไม่
ท้ายที่สุด พลังเซียนอมตะต้นกำเนิดรวมถึงพลังวิญญาณที่ได้รับมาจากอุปกรณ์อมตะจอมราชันสิ้นเปลือง ก็ได้หมดลงตั้งแต่ตอนทุ่มพลังทั้งหมดสังหารนักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 6 ผสานขององค์กรกะโหลกเลือดแล้ว
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าจากไปครั้งนี้ข้าคงไม่คิดจะกล่าวใดอีก…หวังเพียงแต่เจ้าจักหวงแหนหนึ่งชีวิตของเจ้าให้มาก แม้ผลเทพสังเวยสวรรค์จักล้ำค่า แต่ก็หาได้มีค่ากว่าชีวิตเจ้าไม่ เช่นนั้นจงยึดความปลอดภัยของตัวเองเป็นที่ตั้งเถอะ”