หากต้วนหลิงเทียนสามารถได้ผลเทพสวรรค์มาจริงๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากหนึ่งก้าวถึงฟ้า ต่อให้จะเสี่ยงอะไรมากแค่ไหนแล้วเสียอะไรไปก็นับว่าคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับมาครอง หรือสุดท้ายกลายเป็นแค่ 1 ในผู้ที่ถูกสังเวยผลเทพสังเวยสวรรค์ ก็เรียกว่ามีแต่เสียกับเสีย
ที่สำคัญที่สุดก็คือ…
ต่อให้ผู้อมตะกลับชาติมาเกิดนั่นควบคุมเรื่องการสังเวยได้ราบรื่น จนยอดเซียนอมตะทั้งหลายตกตายจนหมด ก็ไม่แน่ว่าจะได้ผลเทพสังเวยสวรรค์ด้วยซ้ำ เพราะโอกาสก็มีแค่ 1 ใน 10 ส่วนเท่านั้น
ซุนเหลียงเผิงลองไถ่ถามตัวเองดูก็ตอบได้ทันที ว่าหากมันเป็นต้วนหลิงเทียนที่มีอนาคตสดใสแบบนี้ มันจะไม่มีวันเอาชีวิตไปเสี่ยงกับผลเทพสังเวยสวรรค์ที่ไม่รู้จะได้รับหรือไม่แน่นอน!
อีกอย่างผู้ที่วางแผนเรื่องนี้แม้จะเป็นจักรพรรดิมอมตะที่กลับชาติมาเกิดใหม่ และไม่ได้ถือครองด่านพลังขอบเขตจักรพรรดิอมตะแล้ว แต่ต้องทราบว่าความทรงจำและประสบการณ์สมัยครั้งยังเป็นจักรพรรดิอมตะก็ยังดำรงอยู่ คิดจะควบคุมเหล่ายอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดให้อยู่ในกำมือยังจะไปยากอะไร?
“ท่านประมุข ข้าตัดสินใจแน่แล้ว”
ได้ยินคำเกลี้ยกล่อมโน้วน้าวของซุนเหลียงเผิง ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวพลางคลี่ยิ้มบางๆ
แม้จะคลี่ยยิ้มบางๆแลดูเหมือนทำเล่น แต่สีหน้าแววตาต้วนหลิงเทียนก็ฉายชัดถึงความจริงจังแน่วแน่ ชวนให้ผู้คนรู้สึกว่าไม่มีอะไรสั่นคลอนได้