“เจ้าทราบหรือไม่…ว่านักฆ่าของกะโหลกเลือดที่มาเฝ้ารอเจ้าอยู่ด้านนอกตอนนี้เป็นราชาอมตะ 9 ตำหนัก?”
ซุนเหลียงเผิงมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนเสียงขรึม “มันมาถึงนิกายอมตะเป้าผู่เราได้สักพักแล้ว กระทั่งยังพยายามเกลี้ยกล่อมให้ข้าส่งตัวเจ้าออกไปด้วยซ้ำ…แต่ข้าก็ไม่ได้เห็นดีด้วย”
“ตอนนี้มันสมควรซุ่มรอเจ้าอยู่ที่ไหนสักแห่งด้านนอกนิกายอมตะเป้าผู่เรา…ตราบใดที่เจ้ากล้าออกไปแม้แต่ก้าวเดียว ข้าเชื่อว่ามันต้องลงมือฆ่าเจ้าทันทีแน่!”
ซุนเหลียงเผิงกล่าว
“ประมุข ในนิกายสมควรมีค่ากลเคลื่อนย้ายที่คล้ายๆกับค่ายกลเคลื่อนย้ายไปคลังสมบัติอยู่บ้างใช่ไหม? ก็แค่ให้ข้าใช้ค่ายกลเครื่องย้ายนั่น ไม่แน่มันอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าออกไปแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เจ้าว่าพวกเรามีอยู่ก็จริง แต่คงยากจะหลบเลี่ยงการตรวจพบของมัน…สำนึกเทวะขอบเขตราชาอมตะ 9 ตำหนัก แม้จะไม่อาจแผ่เข้ามาตรวจสอบเรื่องราวด้านในนิกายเราตอนเจ้าใช้ค่ายกล แต่มันสมควรตรวจจับเจ้าพบหลังถูกส่งตัวไปได้ทันทีแน่นอน อาศัยความเร็วของมัน ข้าเกรงว่าเจ้ายังไปได้ไม่ถึงไหนมันก็ตามเจ้าทันแล้ว”
กล่าวถึงจุดนี้ซุนเหลียงเผิงก็ส่ายหัวไปมา “ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปข้างนอกนิกาย ไม่เหมือนกับค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังคลังสมบัติ”
“ที่นั่นเป็นสถานที่ปิดทั้งถูกซ่อนไว้อย่างดี แถมยามคิดจะกลับก็ต้องผ่านค่ายกลเท่านั้น…หาไม่แล้วก็ไม่มีทางกลับมาได้”