แม้เจิ้งหงอี้ตัดสินใจจะลักพาตัวหลิวห่วงหลินออกนอกนิกายเพื่อล่อต้วนหลิงเทียน แต่มันก็ไม่วู่วาม ทั้งคิดหาวิธีลงมืออย่างดี ด้วยกลัวหลิวก่วงหลินจะเอะใจแล้วติดต่อไปหาต้วนหลิงเทียนเสียก่อนที่จะถูกมันลักพาตัวออกกไป
ถึงตอนนั้นไม่พ้นมันได้ถูกเปิดโปงแน่ และคงยากจะรอดตัวไปได้!
ดังนั้นมันต้องระวังให้มาก
…
หลังจากผ่านไปครึ่งเดือน
ห่างออกไปทางตะวันตกของนิกายยอมตะเป้าผู่ ในหุบเขาอันมืดมิดไร้แสงตะวันสาดส่อง เจิ้งหงอี้ก็ได้มาเจอกับนักฆ่ากะโหลกเลือดอีกครั้ง
“มันเป็นผู้ใด?”
พอเห็นเจิ้งหงอี้สะบัดมือจนความว่างเปล่าเริ่มบิดเบือน จากนั้นก็ปรากฏร่างคนที่ยังมีลมหายใจหนึ่งผุดโผล่ออกมาและร่วงไปนอนฟุบกับพื้น นักฆ่ากะโหลกเลือดก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถาม
ผู้ที่เจิ้งหงอี้พึ่งนำออกมาจากโลกใบเล็กของมัน ก็คือชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่สลบไสลไม่ได้สติ
“เจ้านี่ก็คือผู้ติดตามของต้วนหลิงเทียน เป้าหมายการเดินทางมาครั้งนี้ของท่าน”
ได้ยินคำถามจากนักฆ่ากะโหลกเลือด เจิ้งหงอี้ก็ไม่กล้ารอช้าเร่งตอบกลับไปเร็วไว
ขณะเดียวกันยังไม่ลืมจะกล่าวเสริมอีกว่า “ผู้ติดตามของต้วนหลิงเทียนคนนี้มาจากดินแดนพันประเทศ…และดูเหมือนอาจารย์ของข้าประมุขนิกายอมตะเป้าผู่…จะส่งคนไปรับมันมาเป็นการส่วนตัว”
“ผู้ติดตาม?”
นักฆ่ากะโหลกเลือดขมวดคิ้ว “เจ้าลักพาตัวผู้ติดตามของมันออกมา…หรือคิดจะใช้เป็นเหยื่อล่อต้วนหลิงเทียนนั่น?”
“ไม่ผิด”