‘แต่ก็สมควรเป็นเช่นนี้…เพราะสุดท้ายข้าก็ได้แจ้งเฉินหลีไปแล้ว ว่าต้วนหลิงเทียนได้ใช้อุปกรณ์อมตะจอมราชันสิ้นเปลืองฆ่านักฆ่าราชาอมตะ 1 ต้นกำเนิด ไม่ใช่ยันต์อมตะใดๆ ทำให้ระดับพลังของมันที่หลงเหลือในร่างต้องอยู่ในขอบเขตราชาอมตะขั้นสูงๆแน่ เผลอๆจะเป็นขั้น 10 ด้วยซ้ำ!’
‘อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้เลยที่ทางกะโหลกเลือดจะส่งนักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 10 ทิศมา…เพราะอย่างไรเสียพลังที่ต้วนหลิงเทียนถือครองอยู่ตอนนี้ใช้ไปส่วนก็หายไปอีกส่วน แม้จะทรงพลังทัดเทียมกับราชาอมตะ 10 ทิศ แต่ความลึกซึ้งที่มันเข้าใจก็นับว่าอ่อนด้อยนัก แค่ 2 ประการเท่านั้น แถมหนึ่งในนั้นก็คือความหมายแห่งกฏอีกด้วย…’
‘คิดจะฆ่ามัน ขอเพียงองค์กรกะโหลกโลหิตส่งนักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 4 รูปมาก็น่าจะพอ…เพราะท้ายที่สุดแล้วต่อให้เป็นแค่นักฆ่าระดับราชาอมตะ 4รูป แต่ความลึกซึ้งที่เข้าใจก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอาจารย์ข้าผู้เป็นประมุขนิกายอมตะเป้าผู่แห่งนี้ด้วยซ้ำ’
‘และการที่มันใช้เวลาแค่เดือนเดียวก็เดินทางมาถึงที่นี่ได้…อย่างน้อยๆนักฆ่าคนใหม่ที่องค์กรกะโหลกเลือดส่งมาก็ต้องเป็นนักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 3 ศักดิ์ขึ้นไปแน่นอน’
ในขณะออกจากหุบเขาที่พัก สองตาเจิ้งหงอี้ก็ทอประกายวูบวาบด้วยความตื่นเต้นไม่หยุด และก่อนจะออกจากหุบเขาไป มันยังไม่ลืมจะหันไปมองเกาะลอยเกาะหนึ่งบนฟ้าเหนือหุบเขา มุมปากเริ่มปรากฏรอยยิ้มอันเยียบเย็นออกมา