ต้วนหลิงเทียนมองซุนเหลียงเผิงพลางเอ่ยข้อสันนิษฐานออกมาทีละประโยค
“ย่อมมิใช่ฝีมืออาวุโสใหญ่แน่นอน!”
ซุนเหลียงเผิงเอ่ยออกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ก็มิน่าจะเป็นหวังหงไปได้…เพราะหากหวังหงคิดจะฆ่าเจ้าจริง นางเพียงเอ่ยปากให้อาวุโสใหญ่ลงมือก็ได้ ไฉนต้องลำบากลำบนไปติดต่อองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดเพื่อจ้างนักฆ่าด้วย?”
“เช่นนั้น…เจ้าตามข้าไปพบอาวุโสใหญ่เถอะ ข้าจักไปถามว่าเกราะอมตะเถาวัลย์แก้วตัวนี้ ที่แท้มันเคยให้ใครไป!”
ซุนเหลียงเผิงกล่าวชวนต้วนหลิงเทียนจบ ก็เริ่มเหินร่างนำต้วนหลิงเทียนไปยังสถานที่พักอาศัของอาวุโสใหญ่นิกายอมตะเป้าผู่ทันที
แน่นอนว่าก่อนจะออกเดินทางไปกับซุนเหลียงเผิง ต้วนหลิงเทียนก็สะบัดมือเก็บเกราะอมตะเถาวัลย์แก้วรวมถึงของที่เทกระจาดออกมาไปไว้ในแหวนพื้นที่เขา
เพราะสุดท้ายแล้วทั้งหมดที่กองอยู่เมื่อครู่ ก็คือสินสงครามที่เขาได้มาจากนักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 1ต้นกำเนิดขององค์กรกะโหลกเลือด แน่นอนว่าไม่อาจทิ้งไว้เฉยๆได้
ไม่ต้องกล่าวใดให้มาก นอกจากเกราะอมตะเถาวัลย์แก้วที่เป็นเบาะแสชิ้นสำคัญแล้ว ยังมีอุปกรณ์อมตะทั้งสมบัติมากมายที่นักฆ่าจากองค์กรกะโหลกเลือดเก็บสะสมไว้ด้วย
เรียกว่าเอาแค่อุปกรณ์อมตะระดับราชาก็มีนับสิบๆแล้ว
…
ผู้อาวุโสใหญ่นิกายอมตะเป้าผู่ หวังเชียนจ้าน นั้น ใครได้ฟังชื่อก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงร่างสูงใหญ่กำยำดั่งแม่ทัพดุดัน
(เชียนจ้าน = พันสงคราม)