อย่างไรก็ตาม ตัวจริงหวังเชียนจ้านนั้น กลับผอมเหลือเกิน และหากผอมกว่านี้ไม่พ้นต้องถูกผู้คนเรียกลำไผ่แล้ว
อย่างน้อยๆตั้งแต่ที่ต้วนหลิงเทียนมาถึงนิกายอมตะเป้าผู่ เขาก็ไม่เคยเห็นใครผ่ายผอมกว่าหวังเชียนจ้านเลย นอกจากนักฆ่ากะโหลกเลือดที่เขาฆ่าทิ้งไป
“ประมุข”
ในฐานะผู้อาวุโสใหญ่ของนิกายอมตะเป้าผู่ เมื่อพบเห็นประมุขนิกายมาเยือน มันก็เร่งประสานมือโค้งคารวะทันที
ขณะเดียวกันสำนึกเทวะของมันก็แผ่ออกมาตรวจสอบชายหนุ่มชุดม่วงที่ติดตามอยู่ข้างกายซุนเหลียงเผิง
“อาวุโสใหญ่”
ซุนเหลียงเผิงส่งยิ้มให้หวังเชียนจ้างพลางกล่าวทักทาย จากนั้นก็ผายมือแนะนำต้วนหลิงเทียนให้อีกฝ่ายรู้จัก “นี่คือต้วนหลิงเทียน ผู้อาวุโสใหญ่คงเคยได้ยินเรื่องเขามาแล้วกระมัง”
“ข้าย่อมเคยได้ยินเป็นธรรมชาติ…ด้วยความสำเร็จในวัยเพียงเท่านี้ นับเป็นอัจฉริยะที่ร้ายกาจอันยากจะพบพานในเขตคฤหาสน์เฉวียนโยวนัก นับเป็นพรของนิกายอมตะเป้าผู่เราจริงๆที่ตัวตนเช่นนี้เลือกจะเข้าร่วมเป็นศิษย์!”
หวังเชียนจ้านกล่าว ขณะเดียวกันก็พยักหน้าให้ต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้ม
“อาวุโสใหญ่”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวทักอาวุโสใหญ่ จากนั้นก็สะบัดมือเรียกเกราะอมตะเถาวัลย์แก้วออกมาทันที รัศมีแสงสีเขียวนวลตาเริ่มเรืองสว่างออกมา
การกระทำดังกล่าวของต้วนหลิงเทียนกระทั่งซุนเหลียงเผิงยังอึ้งไปด้วยไม่คิดคาดอยู่บ้าง
“เกราะอมตะเถาวัลย์แก้ว!?”