“ข้าไม่อาจเสี่ยงใดๆได้ เพราะหากคนที่จ้างนักฆ่านั่นมาเป็นคนของนิกายอมตะเป้าผู่ ขอเพียงมันคอยช่วยประสานนอกในให้ความช่วยเหลือนักฆ่านั่น พอตรวจพบว่าประมุขไม่อยู่แล้วแจ้งไป ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่นักฆ่านั่นมันจะเดาได้ว่าท่านลอบติดตามคุ้มครองข้าอยู่…”
ขณะกล่าว ต้วนหลิงเทียนก็มองสบตาซุนเหลียงเผิงเขม็ง
ได้ยินคำพูดนี้ ทั้งเห็นแววตาที่มองจ้องมาของต้วนหลิงเทียน ซุนเหลียงเผิงก็หน้าเสียทันที “ต้วนหลิงเทียน เจ้าพูดมาแบบนี้…หรือเจ้าสงสัยว่าผู้ที่จ้างองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดให้ส่งนักฆ่ามาฆ่าเจ้า เป็นคนของนิกายอมตะเป้าผู่?”
“ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“เจ้ามีหลักฐานยืนยันข้อสันนิษฐานของเจ้าหรือไม่?”
สองตาซุนเหลียงเผิงทอประกายเยียบเย็น หากผู้ที่จ้างวานนักฆ่ามาเป็นคนของนิกายอมตะเป้าผู่จริงๆ มันไม่มีทางปล่อยคนๆนั้นไว้แน่
“ไม่”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา
“แล้วตั้งแต่ที่เจ้ามานิกายอมตะเป้าผู่เรา เจ้าเคยมีเรื่องขัดแย้งกับผู้ใดบ้าง?”
ซุนเหลียงเผิงเอ่ยถามออกมาอีกครั้ง
“เรื่องความขัดแย้งกับคนอื่นไม่มีแน่นอน แต่การมาของข้านั้น…กล่าวไปในระดับหนึ่ง สมควรไปขัดผลประโยชน์ของคนบางคนเข้า”
ต้วนหลิงเทียนหยยุดเล็กน้อย ค่อยกล่าวต่อว่า “ด้วยผลประโยชน์ดังกล่าว ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่มันจะเลือกจ้างนักฆ่ามากำจัดข้าให้พ้นทาง”
“ขัดผลประโยชน์?”