ตอนนี้ทั้งคู่ได้แบ่งหน้าที่กันออกไปตรวจสอบอาวุโสขอบเขตราชาอมตะของนิกายยอมตะเป้าผู่ เพื่อดูว่ามีใครหายไปจากที่พักหรือไม่
ทั้งคู่ทำแบบบนี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักฆ่าจากองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือด
จะอย่างไรนักฆ่าที่องค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดส่งมาครั้งนี้ ก็เป็นแค่ราชาอมตะ 1 ต้นกำเนิดเท่านั้น แม้พลังฝีมือจะดี แต่ในนิกายอมตะเป้าผู่ก็มีอาวุโสที่ทรงพลังเหนือกว่ามันมากมาย
ในฐานะนักฆ่าขององค์กรมอสังหารกะโหลกเลือดแน่นอนว่าย่อมมีความระวังตัวสูง เช่นนั้นหลังจากที่รู้ว่าต้วนหลิงเทียนงับเหยื่อและออกเดินทางมาตามนัด มันก็สั่งให้เจิ้งหงอี้ไปยืนยันว่ามีขอบเขตราชาอมตะของนิกายอมตะเป้าผู่คนใดออกจากนิกายไหม และมันก็เฝ้ารอคำตอบดังกล่าวก่อนที่จะตัดสินใจลงมือทำอะไร
หลังผ่านไป 3 วัน เจิ้งหงอี้กับหวังหงก็มาเจอกันอีกครั้ง
“คนที่ข้าไปตรวจดูทั้งหมดล้วนอยู่ในนิกายทั้งหมด ด้านเจ้าเล่า?”
หวังหงเอ่ยถามเจิ้งหงอี้ทันที
“ด้านข้าก็เหมือนกัน”
เจิ้งหงอี้พยักหน้ารับ จากนั้นก็ไม่รอช้า เร่งใช้ยันต์อมตะสื่อสารทางวิญญาณรายงานเรื่องงราวให้นักฆ่าขององค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดที่รอข่าวทันที
“ท่านผู้อาวุโส ตอนนี้ชนชั้นอาวุโสของนิกายอมตะเป้าผู่เรา นอกจากที่ออกไปงานด้านนอกยังไม่กลับมาแล้ว ไม่มีใครออกจากเขตนิกายเลย…ดูเหมือนต้วนหลิงเทียนนั่นจะไม่ได้ลอบติดต่อกับใคร และขอความช่วยเหลือผู้ใดทั้งสิ้น”