ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลใต้ผืนฟ้าคราม แม้ให้ความรู้สึกมีอิสระเสรี แต่มุมหนึ่งก็แลดูอ้างว้างให้ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวพิกล
ทะเลสาบกระจกอันตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้านั้น มองไกลๆแล้วยังคล้ายมุกมณีที่หล่นร่วงลมาจากฟ้าไปฝังตัวบนทุ่งหญ้าอยู่บ้าง ทำให้แลดูงดงามสะดุดตาเป็นพิเศษ
เหนือทะเลสาบ ร่างชายหนุ่มในชุดสีม่วงยังคงนั่งขัดสมาธิหลับตากลางหาว คนคล้ายกำลังพักผ่อนจิตใจ แต่ถ้าใครสังเกตรอบกายให้ดี จะพบว่าปรากฏคลื่นความร้อนกำจายออกมาเป็นระลอกๆแล้วระลอกเล่า
หากไม่ใช่กลางวันแต่เป็นกลางคืน ระรอกคลื่นความร้อนดังกล่าวสมควรถูกพบเห็นได้ไม่ยาก เพราะมันเรืองแสงสีแดงปานเพลิงไฟ
เป็นพลังจากความลึกซึ้ง ลุกโหม ของกฏแห่งไฟ!
ชายหนุ่มชุดม่วงที่ว่า ก็คือต้วนหลิงเทียนเอง
ต้วนหลิงเทียนนั่งขัดสมาธิกลางหาวเป็นเวลา 2-3 วันแล้ว เขากำลังเฝ้ารอให้คนที่ส่งจดหายถึงเขาปรากฏตัว แต่เนิ่นนานอีกฝ่ายก็ไม่มาเสียที
อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้รออยู่เฉยๆ แต่เลือกจะทำความเข้าใจความลึกซึ้งลุกโหมไปพลางๆ เช่นนั้นจึงไม่รู้สึกว่าเวลา 2-3 วันมันเนิ่นนานอะไร
‘มาแล้ว!’
ทันใดนั้นเอง ต้วนหลิงเทียนที่หลับตานั่งขัดสมาธิกลางหาว อยู่ๆก็ลืมตาขึ้นมาทันที ขณะเดียวกันคนก็ลุกขึ้นยืนในฉับพลัน สองตายังหันขวับไปจับจ้องความว่างเปล่าไกลตาทิศทางหนึ่ง
และแทบจะพร้อมๆกันกับที่สายตาเขามองทอดไป
ฟุ่บ!