ชายชราชุดเทาได้แต่บ่นกับตัวเองอย่างอ่อนใจ เรียกว่าขณะกล่าวน้ำเสียงยิ่งมายิ่งเผยความจนปัญญาอย่างสุดซึ้ง…
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือหลายหมื่นลี้จากจุดที่ชายชราชุดเทาเหินร่างหยุดบ่น ประกายอัสนีสีดำสีขาวที่แล่นวาบตัดฟ้ามาฉับไว ในที่สุดก็ค่อยๆชะลอตัวลง เผยให้เห็นเป็นร่าง 2 ร่างชัดเจน
ทั้ง 2 ร่างนั้น หนึ่งสูงหนึ่งเตี้ย เป็นชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หนึ่ง
ชายหนุ่มนั้นมาในชุดสีดำ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาปานหยกเสลา หากแต่แลดูเย็นชาไร้แยแส แววตายังนิ่งสงบไม่เผยอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
ร่างสูงลอยนิ่งอยู่ตรงนั้น ให้ความรู้สึกประหนึ่งหอคอยเหล็กตระหง่าน ไร้สิ่งใดสั่นคลอน
ส่วนสตรีอีกคนนั้นมาในชุดขาวรูปลักษณ์งดงามไม่น้อย และแม้จะแลดูงดงามหากทว่าไม่คล้ายอ่อนแอ แววตาให้ความรู้สึกกล้าหาญ พาลให้ผู้คนบังเกิดอาการยำเกรงยากที่จะเข้ามาตอแยนางได้ง่ายๆ
นอกจากนี้สตรีชุดขาวยังค่อนข้างสูงกว่าสตรีทั่วไป เพราะตัวนางสูงเกือบหนึ่งหมี่แปด อย่างไรก็ตามเมื่อยืนอยู่ข้างๆชายหนุ่มชุดดำที่สูงเกือบสองหมี่ นางก็แลดูตัวเล็กไปถนัดตา…
(180 ซม. , 200 ซม.)
ถึงแม้ชุดสีขาวที่นางสวมใส่อยู่จะแลดูหลวมไปบ้าง แต่ก็ไม่อาจปกปิดรูปร่างอันโค้งเว้าของนางได้เลย โดยเฉพาะขาเรียวยาวคู่นั้น ยังยาวเกินหนึ่งหมี่เสียอีก
“ดูเหมือนพวกเราจะสลัดตาแก่นั่นหลุดแล้ว…”
สตรีชุดขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงโล่งใจ