และพอได้ยินคำพูดของสตรีชุดทอง มุมปากของชายหนุ่มชุดดำก็กระตุกขึ้นมาตงิดๆ จากนั้นสองตาเฉยเมยที่เหลือบมอง ก็กลายเป็นหันมามองจ้องหน้าสบตานางเขม็ง
อย่างไรก็ตาม กลิ่นอายเย็นชาไร้แยแสที่มักแผ่ออกมาอยู่เสมอ บัดนี้ดูเหมือนจะอ่อนจางลงไปมาก
“ถึงเจ้าจะดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน…แต่หน้าอกยังเล็กอยู่ดี หากไม่รู้จักกันมาก่อนข้านึกว่าเจ้าเป็นผู้ชายปลอมตัวมาซะอีก”
ชายหนุ่มชุดดำกล่าวออกเสียงเฉย แต่นับว่าเป็นวาจายืดยาวที่นานๆจะกล่าวออกมาสักที และพอเอ่ยปากพูดมา ก็ทำให้สีหน้าสตรีชุดทองกลับกลายเป็นบิดเบี้ยวดูไม่ได้
และในขณะที่สตรีชุดทองกำลังงจะออกฤทธิ์พุ่งไปสู้ตายกับชายหนุ่มชุดดำ สตรีชุดขาวก็หัวเราะกล่าวออกมาเป็นการห้ามทัพ “เอาล่ะๆ พวกเจ้าสองคนไม่เจอกันก็นานแล้ว ไฉนพอเจอหน้าก็ต้องหาเรื่องกันอีกแล้วเล่า?”
“อย่าได้ลืมไป…ว่าคราวนี้พวกเรามารวมตัวกันเพื่ออะไร?”
ประโยคแรกที่สตรีชุดขาวเอ่ยแม้จะห้ามทัพจับศึกได้สำเร็จ หากแต่สตรีชุดทองกับชายหนุ่มชุดดำก็ยังมองหน้าจ้องตากันเขม็งอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ทว่าพอเอ่ยถึงประโยคหลัง ทั้งคู่ก็หันกลับมามองสตรีชุดขาวทันที
“เสี่ยวไป๋…นี่มันก็ผ่านไปหลายปีแล้ว เจ้าว่าพี่ใหญ่หลิงเทียนกับพี่สาวเค่อเอ๋อและคนอื่นๆจะยังอยู่ในระนาบเซียนกันไหม?”
สตรีชุดทองมองถามสตรีชุดขาว