อย่างไรก็ตาม แม้ต้วนหลิงเทียนจะรู้ว่าตัวเองอยู่ในหอตำราเป็นเวลานาน แต่ก็อดผงะไม่ได้เมื่อพบว่าตัวเองนั้นท่องไปในมหาสมุทรแห่งความรู้โดยกินเวลาไปทั้งสิ้น 3 เดือนเต็มๆ!
“ได้เวลากลับแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนเองก็รู้ดีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้ก็คือรีบทะลวงไปยังขอบเขตขุนนางอมตะ นอกจากนั้นด้วยมีความช่วยเหลือของเพลิงเทพโกลาหล เรื่องจะเข้าใจความลึกซึ้งแห่งไฟได้ครบ 6 ประการก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
ความลึกซึ้งทั้ง 6 ประการที่ว่าก็มาจากวรุทธ์อมตะกับเวทย์พลังทั้ง 5 ที่เขาเลือกมานั่นล่ะ แน่นอนว่ายังมีผลพลอยได้คือเขาจะมีวรยุทธ์อมตะและเวทย์พลังให้ใช้รับมือสถานการณ์ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
“ต้วนหลิงเทียน”
ทว่าหลังจากต้วนหลิงเทียนกลับจากหอตำราได้ไม่ทันไร ขณะเดินทางไปยังหุบเขาที่พักศิษย์ฝ่ายในและศิษย์ที่แท้จริง เขาก็พบร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาขวางทางเขาเอาไว้
“ประมุข?”
ผู้มาก็คือประมุขนิกายอมตะเป้าผู้ ซุนเหลียงเผิง!
“ท่านประมุขมาหาข้าแบบนี้ มีเรื่องอะไรหรือ?”
พอเห็นซุนเหลียงเผิงที่ย่ำเท้าผ่าอากาศมาบรรลุถึงเบื้องหน้าในพริบตา ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
“ข้าได้ยินมาจากผู้เฒ่าโจว…เจ้าไปชั้นบนสุดของหอตำรา แต่ไม่ได้เลือกวรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังระดับราชาธาตุดิน ทว่ากลับเลือกวรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังธาตุไฟไป 5 อย่างหรือ?”
หว่างคิ้วซุนเหลียงเผิงขดย่นเป็นปมหลวมๆเอ่ยถาม