ชาหนุ่มผู้นี้สวมใส่ชุดคลุมสีขาว ใบหน้าหล่อเหลา ในมือถือพัดเล่มหนึ่ง ท่าทางกิริยาแลดูสง่างามไม่ธรรมดา ไม่เพียงให้ความรู้สึกพิเศษ ใบหน้ายังคลี่ยิ้มตลอดเวลา พาลให้ผู้คนที่อยู่ใกล้รู้สึกเสมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิ
เรียกว่าการที่มันมานั่งอยู่กับเฉินหลี ช่างเป็นอะไรที่ดูแตกต่างกันคนละขั้วจริงๆ
“ถึงกับทำให้เจ้าเหม่อได้..หรือจะไม่ธรรมดา?”
ชายหนุ่มผู้แลดูสง่างามเอ่ยถาม
“ผู้ฝึกตนอิสระอายุน้อยกว่าร้อย บรรลุยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุด แถมเข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งดิน 2 ประการ…มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในเขตคฤหาสน์เฉวียนโยวตอนใต้ เพราะรอดกลับออกมาจากแดนสวรรค์ใต้โบราณได้ในอันดับ 2 ตอนนี้ได้เข้าร่วมกับนิกายอมตะเป้าผู่แล้ว คนที่ติดต่อมาหาข้าก็เป็นคนของนิกายอมตะเป้าผู่เหมือนกัน”
เฉินหลี หยุดเล็กน้อยคล้ายนึกอะไรบางอย่าง สักพักก็กล่าวสืบต่อ “หากจำไม่ผิดคนที่ติดต่อข้ามาเรียกว่าเจิ้งหงอี้ เป็นศิษย์สายลำดับ 3 ของประมุขนิกายอมตะเป้าผู่”
“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้านั่นจะติดต่อกะโหลกเลือดให้ฆ่าเจ้าหนุ่มอัจฉริยะนั่น ดูท่ามันคงกริ่งเกรงว่าความสามารถของเจ้าอัจฉริยะนั่นจะขัดผลประโยชน์ของมัน…แต่ไม่กล้าลงมือเองด้วยกลัวจะถูกสืบพบ เลยติดต่อข้ามาหมายให้กะโหลกเลือดลงมือแทน”
หากเจิ้งหงอี้อยู่ที่นี่คงอดไม่ได้ที่จะตกใจอยู่บ้าง เพราะเฉินหลีเข้าใจสิ่งที่มันต้องการทั้งหมด