เจิ้งหงอี้จ้องตาหวังหงเขม็ง “หวังหง เจ้าคงรู้ดีว่าในแง่ความมั่งคั่งข้าสู้เจ้าไม่ได้เลย…ราคาที่ข้าต้องจ่ายเพื่อจ้างมือสังหารขอบเขตราชาอมตะ 1 ต้นกำเนิดขององค์กรกะโหลกเลือด สำหรับข้าแล้วมันหนักหนาไม่น้อย เรียกว่ากล่าวสั้นๆได้ 4 คำ นักรบตัดข้อมือ…”
(นักรบตัดข้อมือ = จ่ายออกด้วยราคาสาหัส, มาจากนิทานเรื่องหนึ่งที่นักรบถูกงูกัด จึงรีบตัดข้อมือตัวเองทิ้ง แต่แม้จะรอดจากพิษงูนักรบก็ไม่เหลืออะไร ไม่อาจเป็นนักรบได้อีก)
“ดังนั้นหากเจ้าไม่คิดจะช่วยข้าจ่าย เจ้าก็ทนดูต้วนหลิงเทียนนั่นมันนั่งตำแหน่งศิษย์ที่แท้จริงคนที่ 10 ของนิกาอมตะเป้าผู่เราไปเถอะ!”
เจิ้งหงอี้กล่าวถึงจุดนี้ก็หยุดมองหวังหงเล็กน้อย ค่อยพูดต่อว่า “ถึงแม้เจ้านั่นมันจะออกจากนิกายอมตะเป้าผู่เราไปคฤหาสน์เฉวียนโยวไม่ช้าก็เร็ว แต่อย่างไรเสียตำแหน่งศิษย์ที่แท้จริงก็ยังคงเป็นของมันอยู่อีกนาน เจ้าเองก็ไม่ใช่ไม่ทราบว่าในบรรดาศิษย์ที่แท้จริง 9 คนที่เหลือ มีแค่ 3 คนเท่านั้นที่ยังอยู่ในนิกาย ส่วนที่เหลืออีก 6 คนไปอยู่ในคฤหาสน์เฉวียนโยวนานแล้วด้วยซ้ำ แต่จนวันนี้พวกมันยังคงมีสถานะศิษย์ที่แท้จริงอยู่”
เจิ้งหงอี้กล่าวถึงจุดนี้ก็เงียบไปครู่หนึ่ง
“เจ้า…ลองคิดดูเองแล้วกัน”
พอกล่าวต่อออกมาจบคำ เจิ้งหงอี้ที่ปิดใช้จานค่ายกลแล้ว ก็ค่อยๆเหินร่างขึ้นไปในอากาศ เตรียมจะออกจากหุบเขาอันเป็นที่อยู่ของหวังหง