เหตุผลที่เขาเดาเรื่องนี้ได้ไม่ยาก ก็เพราะนิกายอมตะเป้าผู่ยังคงรั้งอยู่ในระดับ 7 และเป็นผู้ใต้บัญชาของคฤหาสน์เฉวียนโยว ไม่ได้รุ่งโรจน์อะไรไปมากกว่านี้
หากศิษย์ที่แท้จริงคนนั้นเติบโตขึ้น จนกลายเป็นตัวตนที่ร้ายกาจจริง ย่อมนำพานิกายอมตะเป้าผู่ให้เจริญรุ่งเรือง แม้จะไม่ถึงขั้นเป็นนิกายอมตะระดับแนวหน้าในแดนสวรรค์ใต้ แต่อย่างน้อยๆก็ต้องเทียบเท่าคฤหาสน์เฉวียนโยวที่เป็นขุมกำลังระดับ 6
“ศิษย์คนนั้นอายุได้แค่ 100 กว่าปี และพึ่งจะทะลวงถึงขอบเขตขุนนางอมตะ 1 หยวน…มิคาดกลับถูกลอบสังหาร! และผู้ที่ลงมือสังหารยังเป็นนักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 5 องค์ประกอบ! ยามนั้นแม้นิกายอมตะเป้าผู่จะสามารถฆ่ามือสังหารผู้นั้นได้ แต่ก็มิอาจรักษาชีวิตศิษย์ที่แท้จริงคนนั้นได้ทัน…”
“สุดท้ายนิกายอมตะเป้าผู่เรา จึงเสียโอกาสที่จะก้าวหน้าและยืนหยัดขึ้นมา…”
กล่าวถึงท้ายประโยค สีหน้าแววตาของซุนเหลียงเผิงก็ฉายความเศร้าโศกทั้งเจ็บแค้นจับใจ
“รู้ตัวคนจ้างวานมือสังหารรึเปล่า?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถาม
“ไม่”
ซุนเหลียงเผิงส่ายหัวไปมา ค่อยกล่าวเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม แม้พวกเราจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนจ้างวานมือสังหาร แต่พวกเราก็พออนุมานความเป็นมาของมันได้จากสิ่งของในแหวนพื้นที่ และพบว่ามันไม่น่าจะใช่คนของเขตคฤหาสน์เฉวียนโยว”