ได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน ซุนเหลียงเผิงอดไม่ได้ที่จะผงะ จากนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเพราะขบขันกับคำถามดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน “เจ้ามาเข้าร่วมนิกายอมตะเป้าผู่เราโดยการผ่านแดนสวรรค์ใต้โบราณ ไม่ว่าจะมีศักยภาพและพรสวรรค์มากมายเพียงใด ก็ไม่ถือว่าเป็นอันตรายกับคนพวกนั้น”
“มีเพียงอัจฉริยะอันโดดเด่นที่นิกายอมตะเป้าผู่เราเพาะสร้างขึ้นมาตั้งแต่อายุน้อยเช่นศิษย์ที่แท้จริงคนนั้นเท่านั้น ถึงจะกลายเป็นดั่งหอกข้างแคร่และหนามตำตาพวกมัน…เพราะมีเพียงอัจฉริยะอันโดดเด่นที่นิกายอมตะเป้าผู่เราชุบเลี้ยงเพาะสร้าง ถึงจะสนับสนุนนิกายอมตะเป้าผู่เราอย่างไร้เงื่อนไขเมื่อเติบโตขึ้น ศิษย์เช่นนี้ย่อมไม่คิดจากไปไหนแต่จะอยู่ช่วยเชิดชูนิกายอมตะเป้าผู่ที่เป็นดั่งมาตุภูมิให้ก้าวหน้า…”
“อัจฉริยะเช่นเจ้าที่เติบโตมาด้วยตัวเองจนมีความสามารถระดับนี้ แม้จะมีความเกี่ยวข้องกับนิกายอมตะเป้าผู่ของเรา แต่ก็อยู่ในรูปแบบผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น สุดท้ายถึงวันหนึ่งเจ้าก็ต้องจากไป และแม้ว่าเจ้าอาจจะช่วยเหลือนิกายอมตะเป้าผู่เราเป็นการตอบแทนในภายหลัง แต่ก็ไม่อาจผูกพันลึกซึ้งถึงขั้นทุ่มเททำเพื่อนิกายทุกสิ่งดั่งอัจฉริยะที่นิกายอมตะเป้าผู่ชุบเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย”
ฟังจากวาจาร่ายยาวที่ซุนเหลียงเผิงกล่าวออกมา ก็บอกต้วนหลิงเทียนเป็นนัยว่า…