กลายเป็นแสงพลังสีกากี อีกทั้งแวงพลังสีกากีที่ส่องสว่างขึ้นมายังคล้ายปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายอันแหลมคมปานกระบี่!
วู้ม! วู้ม! วู้ม! วู้ม! วู้ม! วู้ม!
…
ครู่ต่อมา ร่างฟงชิงหยางที่กลับกลายเป็นแสงพลังสีกากีสว่างเจิดจ้า ก็เริ่มแยกย้ายสลายตัวเป็นอณูพลังปกคลุมไปทั่วสารทิศ!
และในเวลาเพียงเสี้ยวพริบตา เหนือน่านฟ้าวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมี่ยเทียน ก็ปรากฏกรงมหึมาประหนึ่งจะกักขังได้ทั้งสวรรค์และโลกอุบัติขึ้นในฉับพลัน ยังห้อมล้อมกักร่างเฉินชิวปั๋วเอาไว้ในบัดดล!
ครืนนนน!!
กึง! กึง! กึง! กึง! กึง! กึง!
…
เสียงสั่นสะเทือนเลือนลั่นปานฟ้าถล่มดังขึ้น เมฆลมเหนือฟ้าบัดนี้กลับกลายเป็นวิปริตแปรปรวน ห้วงมิติเหนือวังจักรพรรดิสวรรค์จี้เมี่ยเทียนเริ่มไร้เสถียรภาพ บิดเบื่อนสั่นไหวอย่างรุนแรงปานจะพังทลายลงได้ทุกเวลา!
ทันใดนั้น กรงที่มหึมาปานจะล้อมกักได้กระทั่งสววรรค์และโลกก็หดเล็กลง สุดท้ายก็กลายเป็นกรงขนาดพอให้เฉินชิวปั๋วดินไปดิ้นมาเท่านั้น
“นิ..นี่มันอันใดกัน!”
ตั้งแต่วินาทีที่เห็นทั่วร่างฟงชิงหยางกลับกลายเป็นแสงพลังสีกากีสว่างจ้า สีหน้าเฉินชิวปั๋วก็เปลี่ยนไปใหญ่หลวงแล้ว
และพอรู้ตัวอีกทีมันก็เห็นกรงมหึมาที่หดเล็กลงจนมาล้อมกักร่างมันปานคุกขังเดี่ยว อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงอณูพลังธาตุดินที่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนปานจะถล่มทลายห้วงมิติ และแรงดึงดูดมหาศาลที่เคี่ยวกรำไปทั่วร่างมันปานจะบดบี้ป่นกระดูก มันก็จำต้องแตกตื่นหนั