จ่างซุนฉงฉีอดไม่ได้ที่จะหันไปมองกงหยางอวี่ด้วยความอึ้ง และสิ่งที่ทำให้มันสงสัยก็คือ ที่แท้กงหยางอวี่เสนอเงื่อนไขเลิศล้ำอันใดออกไปกันแน่ ถึงดึงดูดมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวให้ไปเข้าร่วมได้!
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ตระกูลกงหยางก็เป็นขุมกำลังประเภทตระกูลดุจเดียวกับตระกูลจ่างซุนมันเลย มันรู้ดีว่าให้เสนออะไรไปมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็คงยากจะสนใจเป็นแน่
ที่สำคัญที่สุดก็คือ
มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวจะอย่างไรก็เป็นคนของตระกูลระดับ 7 ที่มีพลังอำนาจไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลกงหยางหรือตระกูลจ่างซุนแม้แต่น้อย ของที่พวกมันคิดจะมอบให้ ตระกูลมู่หรงไหนเลยจะขาดแคลน!
“ข้าไม่ได้รับปากอันใดแม่นางมู่หรงทั้งสิ้น”
กงหยางอวี่ยิ้ม
“เพ่ย! เจ้ายังกล้าพูดออกมาอีกว่ามิได้รับปากอันใด เจ้าคิดหลอกผู้ใดกัน หรือเห็นข้าเป็นเด็ก 3 ขวบแล้วจริงๆ? หากเจ้าไม่ทุ่มสุดตัวมีหรือนางจะเลือกเข้าร่วมกับตระกูลกงหยางของเจ้าได้?!”
จ่างซุนฉงฉีย่อมไม่เชื่อวาจาดังกล่าวของกงหยางอวี่
“ฮ่าๆๆ เรื่องนี้เกรงว่าแพะเฒ่าเจ้าคงยังไม่รู้…คุณชาย 3 ตระกูลกงหยางของพวกเรากำลังจักวิวาห์กับคุณหนู 4 ตระกูลมู่หรงแล้ว”
กงหยางอวี่หัวเราะออกมาอย่างถูกใจ พลางเอ่ยชี้แจง
และทันทีที่กงหยางอวี่พูดประโยคดังกล่าวออกมา ไม่เพียงแต่จ่างซุนฉงฉีจะอึ้ง แม้แต่จางกวงเจิ้งกับเหิงฉางก็ผงะไปตามๆกัน