“เท่าที่ข้ารู้มาคุณหนู 4 ของตระกูลมู่หรงนั่นเป็นน้องสาวแท้ๆของมู่หรงเซี่ยวเซี่ยว…และคุณชาย 3 ของตระกูลหยางกง ก็คือผู้ที่จะรับสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไปของตระกูลหยางกง…”
ปี้ไห่หมิงเฟิงหยีตากล่าวคำออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยเมย บัดนี้มันไม่แปลกใจเลยว่าไฉนมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวถึงเลือกจะเข้าร่วมกับตระกูลหยางกง
เพราหากไร้ข้อผิดพลาดใดๆ น้องสาวของมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็จะกลายเป็นฮูหยินใหญ่ของตระกูลหยางกง!
การที่มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวเข้าร่วมกับตระกูลหยางกงแบบนี้ ไม่ต่างอะไรจากไปเพาะสร้างขุมกำลังที่ตระกูลหยางกงก่อน เป็นการปูทางให้น้องสาวของนางดำรงตำแหน่งฮูหยินเอกอย่างราบรื่น…
‘ตุ๊กตายาโถวนี่ ไม่ธรรมดาจริงๆ…’
ปี้ไห่หมิงเฟิงคิดในใจ ขณะมองจ้องมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวที่กำลังเหินร่างไปอยู่ด้านหลังหยางกงอวี่เขม็ง
หลังจากมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวแล้ว คนอื่นๆที่มีอันดับรองลงมาก็เริ่มทยอยกันเหินร่างออกมาเลือกขุมกำลังที่จะเข้าร่วมทีละคนๆ
อาจเป็นเพราะพลาดรับ 3 อันดับแรกมาเข้าร่วมนิกายอมตะเหอฮวน เช่นนั้นปี้ไห่หมิงเฟิงจึงลงทุนไม่น้อยเพื่อรับอัจฉริยะหลังจากนั้น และสุดท้ายในบรรดา 27 ที่เหลือมันก็ชักชวนมาเข้าร่วมนิกายอมตะเหอฮวนได้มากกว่าครึ่ง!
กระทั่ง 7 คนที่เหลือใน 10 อันดับแรก มันยังคว้ามาได้ถึง 5 คน!!
“ประมุขปี้ไห่ ครั้งนี้นับว่านิกายอมตะเหอฮวนของท่านเก็บเกี่ยวได้ไม่น้อยทีเดียว…”