“เจ้าลาหัวโล้นเฒ่าเหิงฉาน ข้ารู้แต่แรกแล้วว่าเจ้าจะเอาคนผู้นี้ให้ได้…น่ากลัวสัญญาที่เจ้าลั่นไปคงไม่เบากระมัง ใช่ถึงขั้นนำโถงอรหันต์เจ้าไปจำนองแล้วหรือไม่?”
จางกวงเจิ้นแห่งนิกายอมตะเป้าผู่หั่นไปมองกล่าวกับเหิงฉานด้วยสีหน้าอิจฉา
“นักพรตเฒ่าจาง…มีคำกล่าวที่ว่า ‘ไม่เสียสละเลือดเนื้อไหนเลยจับหมาป่าได้’ หากท่านมิคิดทุ่มทุนสร้างสักหน่อย ไหนเลยจักให้ผู้อื่นเข้าร่วมนิกายอมตะเป้าผู่ได้เล่า”
เหิงฉานหันไปมองกล่าวกับจางกวงเจิ้งอย่างผู้ชนะ สีหน้าแววตาเห็นได้ชัดว่าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจถึงขีดสุด
จางกวงเจิ้งเพิกเฉยทีท่ามั่นหน้าของเหิงฉาน จากนั้นก็หันไปจับจ้องชายหนุ่มในชุดสีม่วงตาเขม็ง แววตาเผยความมุ่งมั่นออกมาเต็มเปี่ยม
‘นิกายอมตะเป้าผู่ กับนิกายอมตะเหอฮวน…ข้าจะเลือกนิกายไหนดีนะ’
หลังจากที่เห็นหลิ’เจวี๋ยอวิ๋นตัดสินใจเลือกนิกายอมตะอวิ๋นไถแล้ว ต้วนหลิงเทียนที่เหินร่างออกกมาเป็นลำดับถัดไป ก็หันไปมองอีก 2 นิกายที่เหลืออย่างสองจิตสองใจ ด้วยไม่รู้จะเลือกนิกายไหนดี
ปี้ไห่หมิงเฟิง ประมุข 3 ของนิกายอมตะเหอฮวนนั้น แน่นอนว่าเป็นยอดฝีมือที่ร้ายกาจจริงๆ อีกฝ่ายเป็นถึง 1 ใน 10 ผู้ตรวจการของคฤหาสน์เฉวียนโยว หากเข้าร่วมนิกายอมตะเหอฮวน เขาย่อมมีลู่ทางเข้าสู่คฤหาสน์เฉวียนโยวมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะตัดสินใจเลือกเข้านิกายอมตะเหอฮวนเพราะสาเหตุนี้อย่างเดียว