“หลิงเจวี๋ยอวิ๋นผู้นี้ไม่ต้องกล่าวถึงศักยภาพพรสวรรค์หรือไหวพริบปฏิภาณและเชาว์ปัญญาอันใด อาศัยคนยังนิ่งสงบไม่หวั่นไหวไปกับสมบัติเช่นนี้ได้ รอให้มันเติบโตขึ้นไป ในภายภาคหน้าไม่พ้นต้องกลายเป็นยอดอัจฉริยะของแดนสวรรค์ใต้เราแน่!”
เหิงฉาน จากนิกายอมตะอวิ๋นไถ มองหลิงเจวี๋ยอวิ๋นพลางกล่าววออกมา ลูกตามันฉายชัดถึงความชื่นชม
มันลองถามตัวเองดู ว่าหากตอนที่มันรั้งอยู่ขอบเขตอดเซียนอมตะแล้วได้รับรางวัลอย่างหลิงเจวี๋ยอวิ๋นแบบนี้ยังจะนิ่งได้แบบนั้นไหม ก็ตอบได้ทันทีว่าไม่!
“อันใดเหิงฉาน เจ้าสนใจเจ้าหนุ่มนี่งั้นรึ?”
ปี้ไห่หมิงเฟิงหันไปมองเหิงฉานพลางถาม
“ย่อมสน”
เหิงฉานเองก็ตอบกลับตรงๆอย่างไม่คิดจะปิดบัง “หากมันยินดีเข้าร่วมกับนิกายอมตะอวิ๋นไถของเรา ทางนิกายย่อมยินดีทุ่มเททรัพยากรเพื่อสนับสนุนมันอย่างเต็มที่ แม้วันหน้ามันจะถูกลิขิตให้ออกจากนิกายอมตะอวิ๋นไถไปยังคฤหาสน์เฉวียนโยวก็ตาม”
“นิกายอมตะอวิ๋นไถของพวกเรา เมื่อพบพานผู้มีวาสนาโชคชะตาร่วมกันแล้ว ย่อมยินดีที่จะสานไมตรีอันดีไว้!”
กล่าวถึงจุดนี้ เหิงฉานก็พนมมือขึ้น สองตาที่มองจ้องหลิงเจวี๋ยอวิ๋นต่อไปอีกครู่หนึ่งก็เริ่มหลับลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอิ่มเอม