จ่างซุนฉงฉีกล่าว “ทว่าตั้งแต่ครั้งนี้เป็นต้นไป ทุกคราที่แดนสวรรค์ใต้โบราณเปิดออก 3 นิกาย 2 ตระกูลจะมอบรางวัลให้ผู้ที่รอดกลับออกมาเสียก่อน จากนั้นค่อยเปิดโอกาสให้พวกเจ้าเลือกขุมกำลังที่จะเข้าร่วม”
“และนี่ยังเป็นคำสั่งของคฤหาสน์เฉวียนโยว”
กล่าวถึงท้ายประโยค น้ำเสียงของงจ่างซุนจงฉีก็เผยความลำบากออกมาไม่น้อย
ถึงแม้ของรางวัลที่นำออกมาแจกจ่ายคราวนี้ ตระกูลจ่างซุนและตระกูลกงหยางจะออกของรางวัลในมูลค่าที่เทียบได้เพียงครึ่งของ 3 นิกายเท่านั้น….
แต่กระนั้นพวกมันก็เสียเปรียบหนักแล้ว
นั่นเพราะทุกคราที่ผู้คนรอดกลับออกมาจากแดนสวรรค์ใต้โบราณ ขุมกำลังที่พวกมันเลือกจะเข้าร่วมนั้น ก็มุ่งเน้นไปที่ 3 นิกาย ยิ่งเก่งกาจมากพรสวรรค์เท่าไหร่ ยิ่งไม่แยแส 2 ตระกูลมากขึ้นเท่านั้น
และนี่เป็นดั่งพันธนาการของตระกูล
ตระกูลกับนิกายนั้น แตกต่างกันอย่างมาก
เรื่องนี้ตัวมันเองก็รู้ดีแก่ใจ ทำให้ถึงจะรู้สึกจนปัญญา แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจ
หากพวกมันเป็นยอดเซียนอมตะมากฝีมือ พวกมันก็ไม่คิดจะเข้าร่วมตระกูลจ่างซุนกับตระกูลกงหยางเช่นกัน
“ที่แท้เป็นเพราะสาเหตุนี้”
มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวพอได้ฟังก็เข้าใจเรื่องราวได้ไม่ยาก จากนั้นนางก็รับรางวัลมา อาวุโสตระกูลมู่หรงข้างๆก็รับของรางวัลมาเช่นกัน
และไม่ว่าจะมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็ดี อาวุโสตระกูลมู่หรงข้างๆก็ดี หลังได้รับรางวัลมาก็ไม่มีใครเผยอาการใดๆ สีหน้านิ่งสงบไม่สะทกสะท้าน