อาวุโสอีกคนของตระกูลมู่หรงกล่าวเสริม สีหน้ายังแลดูเคร่งเครียดไม่น้อย
“อะไรนะ?”
“ไม่ถึง…อายุไม่ถึงร้อยปีงั้นเหรอ!?”
หากบอกว่าวาจาของอาวุโสคนแรกทำให้มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวประหลาดใจอยู่บ้างล่ะก็
วาจาของอาวุโสคนที่สอง นับว่าทำให้มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวตกใจครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ!
ทั้งสองคนที่มีอันดับเหนือกว่านางไม่เพียงแต่จะเป็นผู้ฝึกตนอิสระ แต่ยังมีอายุไม่ถึงร้อยปีด้วย?
“หลิงเจวี๋ยอวิ๋น!”
มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็เริ่มหันมองตามสายตาของคนหมู่มาก จนในที่สุดก็สังเกตเห็นหลิงเจวี๋ยอวิ๋นที่ลอยร่างอยู่โดดเดี่ยว
และครู่ต่อมา นางที่แผ่สำนึกเทวะออกไปก็พบว่าอีกฝ่ายยังมีกลิ่นอายเลือดเนื้อไม่ถึงร้อยปีจริงๆ
“ยังมีต้วนหลิงเทียนอีกคน…”
จากนั้นมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็หันไปมองหาต้วนหลิงเทียน และพอพบเจออีกฝ่าย นางก็ตรวจพบว่าอีกฝ่ายเป็นเหมือนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ยังมีอายุไม่ถึงร้อยปีเช่นกัน!
“หืม?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองจ้องมาของมู่หรงเซี่ยวเซี่ยว ต้วนหลิงเทียนก็เผลอหันไปมองนางโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากภายในร่างเขา “เจ้าหนู สตรีนางนั้นคือมู่หรงเซี่ยวเซี่ยว”
มู่หรงเซี่ยวเซี่ยว!
ต้วนหลิงเทียนตระหนักได้ทันทีว่านางเป็นใคร