หลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ไปสักพักแต่เชวียจิงอวี่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้ สุดท้ายมันจึงไม่คิดให้เปลืองสมองอีกต่อไป “ช่างเถอะ สุดท้ายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า…ตอนนี้ข้าสนใจแค่กฏแห่งเวลาจะดีที่สุด!”
จากนั้นเชวียจิงอวี่ก็เลิกสนใจเรื่องชาวบ้าน และเริ่มสงบจิตสงบใจ หลับตาลงเพื่อสัมผัสพลังอำนาจของกฏแห่งเววลา
“ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า ย่อมสามารถชิงแท่นศิลาของต้วนหลิงเทียนได้ไม่ยาก ไฉนเจ้าไม่ลงมือเล่า?”
มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวมองจ้องหลิงเจวี๋ยอวิ๋นในแท่นศิลาชั้นสองดุจเดียวกับนางพักหนึ่ง สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วกล่าวถามออกไป
ถึงแม้ก่อนที่หลิงเจวี๋ยอวิ๋นจะลงมือ นางจะได้ฟังจากโอวหยามาแล้วว่าอีกฝ่ายหาได้ธรรมดาไม่ และคิดว่าด้วยมีชุดเกราะอมตะระดับจักรพรรดิคงยากที่ใครจะฝ่าการป้องกันเข้าไปได้ง่ายๆ
แต่ไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นไม่เพียงจะมีการป้องกันอันน่ากลัว แต่ยังมีการโจมตีอันน่ากลัวเพราะกระบี่เล่มนั้นอีกด้วย!
และเผลอๆการโจมตีของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นจะน่ากลัวกว่าการป้องกันด้วยซ้ำ!
เพราะสุดท้ายแล้วเท่าที่นางฟังมาต้วนหลิงเทียนก็มีแค่กระบี่อมตะระดับจักรพรรดิ แต่ไม่มีเกราะ! หากคิดสู้ก็ย่อมมีเปรียบต้วนหลิงเทียนอยู่หลายส่วน!!
“แล้วมันเป็นธุระกงการอะไรของเจ้า?”