ได้ยินคำถามของมู่หรงเซี่ยวเซี่ยว หลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็หันไปเหลือบมองนางด้วยสายตาเฉยเมย เอ่ยออกด้วยน้ำเสียงรำคาญ จากนั้นก็หลับตาลง และตั้งใจสัมผัสถึงอำนาจของกฏแห่งเวลา
คำถามของมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวนับว่าจี้ใจดำมันอยู่บ้าง
ก็ใช่ มันไม่กลัวต้วนหลิงเทียนเลย…
อย่างไรก็ตามบัดนี้ต้วนหลิงเทียนกำลังจะกลายเป็นเจ้านายของ ‘หวงเอ้อ’ คนที่มันเห็นไม่ต่างอะไรจากพี่สาวแท้ๆแล้ว และต่อไปความเป็นความตายของนางก็ขึ้นอยู่กับหนึ่งความคิดของต้วนหลิงเทียน เช่นนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ต้วนหลิงเทียนไม่พอใจหรือคิดเอาโทสะไปลงกับหวงเอ้อภายหลัง มันจึงเลือกยอมลงให้ต้วนหลิงเทียน อะไรทนได้ก็ทน ไม่คิดขัดใจอีกฝ่าย
“เจ้า…”
เมื่อเห็นว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นเองก็ไม่ต่างอะไรจากต้วนหลิงเทียนแม้แต่น้อย ทำราวกับนางเป็นเห็บหมาน่ารำคาญ ไม่มีความสุภาพไว้หน้านางแม้แต่น้อย ต่างจากเหล่าบุรุษมากมายที่เคยรุมล้อมนางดั่งแมลงวันตอมบุปผา ทำให้สีหน้ามู่หรงเซี่ยวเซี่ยวมืดลงไม่น้อย
และตอนนี้นางอยากหยิบกระจกมาชมดูนัก ว่าใช่ความงามกับเสน่ห์ของนางลดลงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นางไม่ได้รู้เลยว่าชาติกำเนิดของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นนั้นไม่ธรรมดาอย่างถึงที่สุด ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่หลิงเจวี๋ยอวิ๋นเคยเห็นคนที่งดงามกว่านางมาก่อน ที่สำคัญอาศัยแค่หวงเอ้อที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับต้วนหลิงเทียนแล้ว ก็เหนือกว่านางหลายขุมไม่ว่าจะรูปลักษณ์หรือความสง่างาม
ฟืด! ฟาด! ฟืด! ฟาด!
…