“ใต้หล้าไร้คำว่าเท่าเทียมจริงๆ…ตอนข้าอายุได้ร้อยปี อย่าว่าแต่จะเข้าถึงพลังแห่งกฏเลย ด่านพลังยังไม่บรรลุถึงยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ด้วยซ้ำ…เจ้าหนุ่มชุดม่วงนั่นเป็นใครมาจากไหนกันแน่ พรสวรรค์ไม่ใช่เล่นๆเลย!”
“ไม่ว่าพรสวรรค์มันจะสูงเพียงใด แต่มันที่อายุไม่ถึงร้อย จะสู้หลี่หยวนได้ยังไง?”
“นั่นก็ไม่แน่นักหรอก…อย่าลืมว่ามู่หรงเซี่ยวเซี่ยวพยายามตีสนิทกับมัน แม้ความทรงจำในวังจอมราชันอมตะเมื่อออกไปก็ล้วนลืมหมด แต่มันอาจมีความเป็นมายิ่งใหญ่จริงๆ จนมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวรู้สึกว่าจะอย่างไรก็ต้องดูแลมันให้รอดกลับออกไปจากแดนสวรรค์ใต้โบราณให้ได้”
“อาจเป็นได้…หรือไม่ก็บางทีเบื้องหลังของมันอาจเกี่ยวข้องกับตระกูลมู่หรงเฉยๆ เลยทำให้นางคิดจะช่วยเหลือมัน”
…
เมื่อเห็นหลี่หยวนเหินร่างขึ้นไปบนแท่นศิลาบนสุดและเผชิญหน้ากับต้วนหลิงเทียน สายตาผู้คนมากมายก็เริ่มหันไปให้ความสนใจต้วนหลิงเทียน
“เจ้านั่น มันขึ้นไปนั่งบนแท่นหินบนสุดเลย?”
ขณะเดียวกัน ทั้ง 4 คนที่พึ่งจะหายจากอาการตกตะลึงเพราะคำพูดก่อนหน้าของต้วนหลิงเทียนก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวบนฟ้า
“มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวนั่นเหมือนจะไม่มีความคิดต่อสู้แย่งชิงอะไรกับมันเลย…นางเลือกจะนั่งบนแท่นศิลารองลงมาก่อนมันขึ้นไปด้วยซ้ำ”