ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นสีหน้าท่าทีโอวหยาไม่เว้นมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวที่อยู่ไม่ห่าง มันก็พบว่าจะโอวหยาก็ดีมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็ดี ต่างยังมีสีหน้าสงบ ไม่คล้ายแปลกใจอะไรกับวาจาหยิ่งผยองของชายหนุ่มชุดม่วงเลย!
ราวกับมันสมควรเป็นแบบนี้อยู่แล้ว!
‘หรือว่า…’
พอหวังเชี่ยนเริ่มนึกย้อนถึงฉากเรื่องราวก่อนหน้า ที่เห็นมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวเป็นฝ่ายเข้าหาต้วนหลิงเทียน และทำท่าราวกับจะพยายามตีสนิท ก็ทำให้ขมับของมันเริ่มปรากฏเม็ดเหงื่อผุดซึมทันที…
‘เป็นไปได้ไหม…ที่เจ้าหนุ่มชุดม่วงนี่มันจะร้ายกาจกว่าโอวหยา กระทั่งเหนือกว่ามู่หรงเซี่ยวเซี่ยว?’
‘ที่มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวพยายามเข้าหาราวกับจะตีสนิทมัน หรือเพราะต้องการให้มันไว้ไมตรียามพบเจอสมบัติอันใด อย่างน้อยๆหากมันได้กินเนื้อก็เหลือน้ำแกงไว้ให้นางดื่ม?’
‘และหากจำไม่ผิด…ดูเหมือนหลังจากเสียงของคนที่อาจจะเป็นจอมราชันอมตะสวรรค์ใต้ดังขึ้น บอกว่าสถานที่แห่งนี้คือหุบเขากาลเวลาทั้งมีไว้ทำอะไร มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็เหมือนจะเลิกให้ความสนใจมัน ไม่กระทำตัวเป็นเห็บหมาให้มันรำคาญอีก…’
‘หรือเหตุผลที่นางเปลี่ยนท่าทีไปกะทันหัน เป็นเพราะล่วงรู้ว่าสถานที่แห่งสุดท้ายของวังจอมราชันอมตะอย่างหุบเขากาลเวลานี่ มีผลประโยชน์ชัดเจนแล้ว นางจึงไม่คิดจะตีซี้ต้วนหลิงเทียนอีก เพราะมันไม่มีประโยชน์อันใด?!’