ยิ้มมีเลศนัยของต้วนหลิงเทียน ชายหนุ่มก็กล่าวเย้ยออกมาอย่างท้าทาย
เห็นได้ชัดว่าจนบัดนี้ มันก็คิดว่าต้วนหลิงเทียนกำลังวางมาดยอดฝีมืออยู่
“แล้วเจ้าเล่า…มีปัญหาอะไรหรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนเมินชายหนุ่ม ก่อนจะหันไปมองถามชายคนที่พึ่งออกจากห้องโถงมา ในเวลาไล่เลี่ยกับที่เขากับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นคุยกันจบ
ชายคนนี้ไม่รีบตอบคำ เพียงมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาจริงจังครู่หนึ่ง จากนั้นก็นึกถึงวาจาพวกเชวียจิงอวี่ทั้ง 5 ตอนที่มันพึ่งออกมาจากโถง
ถ้อยคำของทุกคนยังชัดเจนใจ
“อายุไม่ถึงร้อยปีจริงๆ!”
“เพ่ย! ทั้งคู่ล้วนมีอายุไม่ถึงร้อย! จ้าวสวรรค์ช่วย! ที่แท้พวกมันเป็นใครมาจากไหนกันแน่!? อายุเท่านี้ก็ร้ายกาจเยี่ยงปีศาจแล้ว วันหน้าจะร้ายกาจถึงเพียงใดกัน?”
“ต้วนหลิงเทียน กับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นรึ…หากทั้งคู่ไม่ด่วนตายไปซะก่อน วันหน้าต้องมีเชื่องเสียงเลื่องระบือไปทั่วเขตคฤหาสน์เฉวียนโยวแน่นอน”
“เหอะๆ ด้วยพรสวรรค์ของทั้งคู่ เมื่อเติบโตขึ้น เวทีคงไม่จำกัดอยู่แค่เขตปกครองคฤหาสน์เฉวียนโยวหรอก แต่คงเป็นทั่วทั้งแดนสวรรค์ใต้เลยมากกว่า!”
…
เมื่อนึกถึงวาจาดังกล่าว กอปรกับเห็นนสายตาสงบนั่นของต้วนหลิงเทียน มันจึงเลือกที่จะนิ่งๆเอาไว้ก่อน
“ดูเหมือนว่าในบรรดาพวกเจ้า 3 คน จะมีแค่เจ้าที่ไม่ได้ข้องใจอะไร”
ต้วนหลิงเทียนเห็นการตัดสินใจของชายคนนี้ก็หยีตามองมันเล็กน้อย ค่อยหันกลับไปมอง 2 คนที่ไม่พอใจเขา พลางเอ่ยออกเสียงเบาว่า “ในเมื่อพวกเจ้า