8 ร่างที่พุ่งทะยานขึ้นไปบนอากาศหมายช่วงชิงเกราะอมตะทั้ง 3 แต่ละคนล้วนระเบิดพลังออกมาอย่างดุร้าย ทุกร่างคนรวดเร็วดั่งสายลมกรรโชก กระบวนท่าที่ซัดออกไปหมายช่วงชิงยังฉับไวปานอัสนีฟาดผ่า ท่าทางไม่ว่าใครก็อยากได้เกราะอมตะมาครองก่อนผู้อื่น
มีเพียงต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นเท่านั้นที่ยังคงยืนนิ่งแลดูไม่รีบไม่ร้อน
“ข้าอยากได้ตัวนึง…เป็นตัวซ้ายสุดนั่น”
หลิงเจวี๋ยอวิ๋นหันไปมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียน
“อย่างเจ้ายังขาดเกราะอมตะระดับราชาไว้ใช้หรือ?”
คิ้วต้วนหลิงเทียนเลิกขึ้น
ในสายตาของเขา หลิงเจวี๋ยอวิ๋นผู้นี้มาจากดินแดนการล่มสลายแห่งทวยเทพ ในตัวไม่พ้นต้องมีอุปกรณ์เทพหรืออุปกรณ์อมตะระดับจักรพรรดิในครอบครอง มาตอนนี้พอได้ยินอีกฝ่ายออกปากว่าอยากได้เกราะอมตะระดับราชาตัวหนึ่ง แม้จะไม่ใช่ระดับราชาแต่เป็นระดับจอมราชันก็ยังทำให้เขาประหลาดใจอยู่ดี
“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่”
ได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน หลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็ก่าวออกมาเสียงเรียบ “ในตอนที่ข้าหลบหนีออกจากดินแดนการล่มสลายแห่งทวยเทพ แม้ข้าจะคว้าอุปกรณ์เทพติดมือมาบ้าง กระทั่งอุปกรณ์อมตะระดับจักรพรรดิก์มีไม่ขาด ที่สำคัญภายหลังเข้ามาในนี้ ข้าก็ได้รับอุปกรณ์อมตะระดับราชามาครองไม่น้อย…”
“แต่เจ้าคิดว่า…ข้าจะเอาอุปกรณ์เทพ ไม่ก็อุปกรณ์อมตะระดับจักรพรรดิ หรือแม้แต่อุปกรณ์อมตะระดับราชาที่ข้าได้มาจากคนที่ข้าฆ่าออกมาใช้ได้ง่ายๆรึไร?”
กล่าวถึงจุดนี้หลิงเจ