ักอย่าง เพื่อให้พวกเราไปต่อ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยคิดคาดกันไปในแนวทางเดียวกันนั้น
ทุกคนก็จับจ้องมองไปยังอีก 2 ห้องโถงที่เหลือที่ยังมีคนประมือกับร่างจิตต่อสู้อยู่ และการต่อสู้ในโถงก็เจียนจวนจะถึงจุดยุติเต็มที
“พลังฝีมือพวกมันทั้งคู่จะไม่ใช่ชั่วเลย ดูแล้วสมควรผ่านการทดสอบได้อย่างราบรื่น”
“นี่ไม่ใช่เรื่องปกติรึ? ใครที่มีความสามารถสะสมคะแนนได้ครบ 10 แต้มด้วยตัวเอง ไหนเลยจะเอาชนะยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดที่ไร้พลังแห่งกฏไม่ได้?”
“ก็ใช่ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมีบางคนโชคร้ายอยู่ดี เพราะถึงแม้พลังฝีมือจะไม่ใช่ชั่ว แต่สมควรไปช่วยผู้อื่นโกงคะแนนสะสมแล้วพามาที่นี่ สุดท้ายจึงไม่พ้นต้องตกตายอนาถ”
“เจ้าใช่กำลังพูดถึงหงเทาอัจฉริยะของนิกายสืออวิ๋นคนนั้นหรือไม่? กล่าวไปนับว่ามันซวยจริงๆ อย่างมันสมควรมายืนอยู่ที่นี่พร้อมพวกเราได้ง่ายยๆแท้ๆ แต่ดันไปช่วยผู้อื่นโกงคะแนนมา สุดท้ายจึงต้องตกตายไปอย่างน่าอนาถ”
“มันเองก็คงไม่รู้เรื่องพวกนี้มาก่อนนั่นล่ะ กระทั่งพวกเราก็ยังได้แค่คาดเดากันไปเลยว่าสมควรเป็นเพราะช่วยผู้อื่นโกงคะแนนหรือพามาที่นี่…เช่นนั้นยังจะมีผู้ใดรู้กันเล่าว่าห้ามช่วยโกงคะแนนให้ผู้อื่นหรือพามาวังจอมราชันอมตะ?”
“เหอะ! หากพลังฝีมือมันสูงทัดเทียมต้วนหลิงเทียนผู้นั้น มีหรือมันจะต้องตายอย่างโง่งม!”
……
หลังจากคุยกันไปเรื่อยเปื่อยได้สักพัก ไม่วายสายตาพวกมันก็หันกลับมาตกลงบนร่างต้วนหลิงเทียนอีกรอบ
ตอนนี้ต้