วนหลิงเทียนก็เลือกที่จะยืนหลับตาสงบจิตอยู่เงียบๆ
หลิงเจวี๋ยอวิ๋นเองก็ยืนอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ และสายตาที่มันใช้มองต้วนหลิงเทียนตอนนี้ก็เริ่มอ่อนลงหลายส่วน
“สองคนนั่น…”
เชวียจิงอวี่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล พอเห็นว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นเอาแต่มองต้วนหลิงเทียนไม่หยุด ทั้งยังมองด้วยแวววตาแบบนั้นก็แปลกใจไม่น้อย
ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าไปในห้องโถงกันสองคน มันเองก็เห็นว่าหลิงเจวี๋ยอวิ๋นยังคงมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเย็นชาไม่แยแส แต่บัดนี้อีกฝ่ายกลับมองต้วนนหลิงเทียนด้วยสายตาทำราวกับมองสหายสนิท
“ที่แท้พวกมันไปคุยเรื่องอะไรกันมา?”
แต่ต้นจนจบเชวียจิงอวี่ก็เห็นแค่ต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นยืนเผชิญหน้ากัน คล้ายสนทนาพาทีผ่านพลัง แต่มันไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าทั้งคู่คุยเรื่องอะไรกัน
กระทั่งก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินออกมา สายตาที่ต้วนหลิงเทียนใช้มองหลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็เย็นชาราวไม่สบอารมณ์หลิงเจวี๋ยอวิ๋นด้วยซ้ำ
ทว่าด้านหลิงเจวี๋ยอวิ๋นที่เดินตามออกมาภายหลัง กลับเดินยิ้มหน้าระรื่นอย่างผิดวิสัย
ตอนนั้นมันเองก็รู้สึกว่าฉากเรื่องราวแปลกประหลาดพิกล
ตอนนี้พอมาเห็นทัศนคติทีท่าของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นที่มีต่อต้วนหลิงเทียน มันก็ยิ่งคิดว่าเรื่องราวยิ่งมายิ่งแปลกประหลาดไปกันใหญ่
“เมื่อก่อนเจ้าเป็นจิตวิญญาณของอุปกรณ์เทพแบบไหนหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนหลับตาอยู่เงียบๆนั้น ผิวเผินคล้ายคนกำลังพักผ่อน แต่อันที่จริงเขากำลังสนทนากับ หวงเอ้อ จิ