?”
สตรีในดวงจิตอดไม่ได้ที่จะงุนงง
“เปล่า”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยออกเสียงเบา “กับเซี่ยเจี๋ยนั้นอย่างดีข้าก็กล่าวได้ว่าเป็นญาติกัน…เป็นดั่ง อาสาม ของข้า”
“เป็นญาติ? เป็นดั่งอาสามของเจ้า? เจ้า…หรือว่าเจ้าเป็นคนของตระกูลเซี่ย? ไม่สิ เจ้าใช้แซ่ต้วนนี่นา!”
สตรีดังกล่าววถามสืบต่อ “หรือว่า…เจ้า…ที่แท้ก็คือลูกนอกสมรสของประมุขตระกูลเซี่ยงั้นรึ!?”
“ท่านสิเป็นลูกนอกสมรส!”
ต้วนหลิงเทียนยสบถคำออกมาเสียงเย็น
“แล้วไฉนเจ้าถึงเรียกหาเซี่ยเจี๋ยว่าอาสาม?”
สตรีในดวงจติตเอ่ยถามอีกครั้ง
“ภรรยาของข้าเป็นบุตรีของประมุขตระกูลเซี่ย…เซี่ยหนิงเสวี่ย”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“อะไร เซี่ยหนิงเสวี่ย!?”
ได้ยินวาจาดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน สตรีในดวงจิตแลดูตกใจยกใหญ่ “นั่นจะเป็นไปได้อย่างไร! เซี่บหนิงเสวี่ยผู้นั้นมิได้ฆ่าตัวตายเพื่อหลบหนีงานแต่งกับคนตระกูลอวิ๋นไปนานแล้วหรือไร…ไฉนนางถึงได้มีสามี แถมยังเป็นสามีที่อ่อนแอเช่นเจ้า?”
“จะเชื่อไม่เชื่อ ก็สุดแล้วแต่เจ้า!”
พอได้ยินเรื่องราวอาภัพในชาติที่แล้วของเค่อเอ๋ออีกครั้ง ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิด อารมณ์กลับกลายเป็นขุ่นมัวขึ้นมาทันที
ขณะเดียวกันสตรีดังกล่าวในดวงจิตก็คล้ายจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ขุ่นมัวของต้วนหลิงเทียน นางจึงไม่คิดจะกล่าวใดออกมาอีก และอยู่ในทะเลวิญญาณภายในดวงจิตของต้วนหลิงเทียนเงียบๆ
ครู่ต่อมา ต้วนหลิงเทียนที่กกลับมารู้สึกตัว ก็อดไม่ได้ที่จะมองถามหลิงเจวี๋ยอวว