แม้เจ้าสำนักบัญชาศพจะมีโทสะ แต่เขาก็มิได้เปลี่ยนจุดยืนใหม่
การพูดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจะทั้งน่าอายและเสียศักดิ์ศรี
ยามนี้ การเผชิญหน้าบังเกิดระหว่างขุมกำลังมากมายเพราะเรื่องของเจียงผิงอันแล้ว
ฝั่งหนึ่งคือหอตำราเทียนเต้า แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เทวนิกายสุริยันและแดนศักดิ์สิทธิ์เฮ่าเยว่
อีกฝ่ายคือตระกูลเหลยโบราณ ราชวงศ์ต้าเฉียน แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนและสำนักบัญชาศพ
นอกจากนั้น เจียงผิงอันยังมีนิกายเทวมารอยู่เบื้องหลังด้วย
ว่ากันด้วยจำนวน ฝั่งเจียงผิงอันได้เปรียบ
ยามขุมกำลังอื่น ๆ เห็นภาพนี้ พวกเขาล้วนรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
นับแต่โบราณมา ไม่เคยมีผู้ฝึกตนคนใดที่เพิ่งบรรลุเพียงกฎเกณฑ์ขั้นสามมีอิทธิพลสูงล ้าได้เพียงนี้
เจียงผิงอันผู้นี้น่าเหลือเชื่อจริง ๆ
สองฝ่ายตึงเครียด บรรยากาศชวนหดหู่
ขณะนี้เอง ชายสวมอาภรณ์มังกรทอง บรรยากาศอหังการยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งก็เดินออกมา
“ความขัดแย้งระหว่างผู้น้อย อย่าให้สะเทือนถึงขุมกำลังใหญ่ หาไม่ มันจะเป็นหายนะสำหรับเผ่ามนุษย์”
ผู้พูดคือเซวียนหยวนลั่วรื่อ จักรพรรดิของราชวงศ์จักรพรรดิมนุษย์ผู้มากอิทธิพล ปวงชนล้วนไว้หน้าเขา
“นี่เป็นเรื่องระหว่างเราสองคน รับคำท้าหรือไม่”
เจียงผิงอันจ้องตรงที่เหลียงเซียวหง
“เวลา”
ต่อหน้าคนมากมายเพียงนี้ ไม่มีทางที่เหลียงเซียวหงจะปฏิเสธได้หาไม่ก็จะถือว่าเขากลัว
นอกจากนั้น เหลียงเซียวหงเองก็เหมือนเจียงผิงอัน ไร้เทียมทานสิ้นความกลัวต่อ