ซุนผิงเจิ้นซึ่งนั่งบนบัลลังก์ประธานชำเลืองม้วนหยก แล้วกล่าวขึ้นเสียงแหบ “เจ้าพูดเถอะ”
ฉางซุนหาวเอ่ยเสียงเข้ม “ระเบิดสุสานไปสามพันสี่ร้อยกว่าแห่งทำลายสมุนไพรไปกว่าหกหมื่นสามพันต้น วางยาพิษสมาชิกตระกูลเราสี่หมื่นกว่าคน บาดเจ็บสาหัสสองหมื่นกว่าคน”
“เมื่อนับรวมยอดฝีมือขอบเขตมหายานสองคนที่ตกตายไปก่อนหน้า เราตระกูลฉางซุนเสียหายสาหัสยิ่งในครั้งนี้ เหมือนถูกย้อนเวลากลับไปอย่างน้อย ๆ ก็สองพันปี…”
เปรี้ยง!
ที่วางแขนเก้าอี้ของฉางซุนผิงเจิ้นถูกบีบจนแหลกเป็นผง
ตระกูลฉางซุนแห่งหอตำราเทียนเต้าอันทรงศักดิ์ของเขากลับเสียหายถึงเพียงนี้เพราะผู้ฝึกตนระดับต ่าเพียงหนึ่ง
หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ศักดิ์ศรีและสถานะของพวกเขาตระกูลฉางซุนจะถูกกระทบอย่างแน่นอน
“ท่านพ่อ ยามนี้ทำเช่นไรดีขอรับ? มีขุมกำลังมากมายปกป้องเด็กเวรนั่น เราทำอะไรไม่ได้เลย”
หัวใจของฉางซุนหาวอัดแน่นด้วยเปลวเพลิง
ฉางซุนผิงเจิ้นสูดหายใจลึก ๆ สงบโทสะในใจลง
คนในตระกูลตายไปเท่าไหร่ หาได้อยู่ในใจเขาไม่ สิ่งสำคัญสำหรับเขาคือหน้าตาและซือถูหลิงเฟิงต่างหาก
“ข้าจะพานายน้อยไปที่เขตหวงห้ามโกลาหล ระหว่างนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเจียงผิงอันนั่นหรอก”
เมื่อได้ยินคำว่าเขตหวงห้ามโกลาหล สีหน้าของฉางซุนหาวก็ชะงัก ถามขึ้นเสียงเบา
“ท่านพ่อ ในเขตหวงห้ามโกลาหลมีอะไรอยู่ ใต้เท้าซือถูกับเขตหวงห้ามโกลาหลสัมพันธ์กันเช่นไรแน่?”
เมื่อหลายปีก่อน บิดาเขาฉางซุนผิงเจิ้นถึงจุดจบแห่งอส