องประเมินสถานการณ์ในป่า และยากจะป้องกันคนที่ซุ่มโจมตีจากด้านล่าง เช่นนั้นก็มีแต่ต้องเคลื่อนไหวในป่าอย่างระมัดระวังเท่านั้น
‘ก็นะ…แบบนี้ได้แต่เลือกจะมุ่งหน้าไปสักทางอย่างระวังเท่านั้น’
พอคิดได้ดังนั้น ต้วนหลิงเทียนก็เลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งตามสัญชาตญาณทันที
ระหว่างทาง ด้วยความเร็วในการเคลื่อนที่ของต้วนหลิงเทียนนั้นสูงมาก แม้เขาจะกระตุ้นสัตว์อมตะในป่าไม่น้อย แต่พวกมันก็มีอันต้องตกใจกับความเร็วของเขา และตัวใดที่คิดจะแหยมกับเขาก็ไม่แม้จะตามเขาได้ทัน…
‘ความเร็วของข้าตอนนี้มันเทียบได้กับขุนนางอมตะระดับต่ำ…ส่วนสัตว์อมตะในป่าเต็มที่ก็แค่ยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดเท่านั้น ที่รวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ส่วนมากก็จะเป็นขั้นสวรรค์…’
‘อาศัยสัตว์อมตะขอบเขตยอดเซียนอมตะเหล่านี้ แม้อาจจะเป็นภัยต่อยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดทั่วไป แต่พวกมันไม่ใช่ภัยคุกคามอะไรสำหรับข้าเลย’
หากยังเป็นต้วนหลิงเทียนตอนที่ยังไม่เข้าใจความลึกซึ้งอย่างความหมายแห่งดิน และเข้าไม่ถึงพลังกฏแห่งดิน การเดินทางของเขาคงไม่อาจราบรื่นได้เหมือนที่เห็น
เพียงเพราะเขาเข้าถึงพลังของกฏแห่งดินแล้ว ทำให้เขาสามารถท่องไปทั่วป่าได้ตามอำเภอใจ ราวกับเป็นแดนร้างที่ไร้ผู้ใดอาศัยอยู่
วันเวลาค่อยๆไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน
ไม่ทันไร ห้วงเวลาสิบวันก็ผ่านพ้นไปดุจชั่วพริบตา
บริเวณน่านฟ้าเหนือใจกลางทะเลสาบบอวิ๋นเยียน
ประตูเข้าสู่แดนสวรรค์ใต้โบราณระดับต่ำนั้น ตั้งแต