้ายหยกแผ่นหนึ่งมาให้ต้วนหลิงเทียน
ต้วนหลิงเทียนก็รู้ดีว่าป้ายหยกดังกล่าวสมควรเป็นป้ายหยกย่อย ซึ่งพอหยดเลือดผูกพันธะแล้ว มันก็จะเชื่อมโยงกับป้ายหยกสะสมคะแนนของเขา และคอยสะท้อนความเป็นไปของป้ายหยกสะสมคะแนนของเขาตลอดเวลา
“หลังจากเจ้าหยดเลือดลงงบนป้ายหยกย่อยแล้ว เจ้าลองแผ่สำนึกเทวะไปตรวจสอบมันดู เจ้าก็จะพบว่ามันมีความเชื่อมโยงกับป้ายหยกสะสมคะแนนในมือเจ้า อีกทั้งยังมีคะแนนสะสมอยู่ 1 แต้มดุจเดียวกัน”
คนของ 3 นิกาย 2 ตระกูลที่คอยจัดแถวและจัดการเรื่องราวให้ต้วนหลิงเทียน เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งจากนิกายอมตะอวิ๋นไถ ซึ่งสวมใส่ชุดคลุมนักพรตเต๋า สีหน้าท่าทีของมันแลดูเฉยเมยไร้แส เสียงกล่าววาจายังแผ่วเบา
ได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ต้วนหลิงเทียนก็ลองแผ่สำนึกเทววะเข้าไปตรวจสอบป้ายหยกย่อยดูทันที จึงพบว่ามันมีความเชื่อมโยงกับป้ายหยกสะสมคะแนนที่เขาหยดเลือดผูกพันธะไว้แต่แรก และมีคะแนนสะสมอยู่ 1 แต้มเช่นเดียวกัน
“หากไม่มีอะไรผิดพลาด เจ้าก็เข้าไปเถอะ”
ศิษย์นิกายอมตะอวิ๋นไถกล่าว
“อ่า”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าก่อนจะเหินร่างมุ่งหน้าไปยังห้วงแห่งความมืดกลางประตูบานเขื่องอย่างไม่รีบไม่ร้อน
เมื่อต้วนหลิงเทียนแตะสัมผัสถูกความมืดดังกล่าว เขาก็พบว่ามีพลังดูดรั้งมหาศาลขุมหนึ่งแผ่มากระทำต่อร่างกายเขา หมายฉุดดึงเขาเข้าไปด้านใน
ในกระบวนการนี้ถึงแม้ว่าเขาจะเลือกแข็งขืน แต่ก็คงไร้ความหมาย
หลังจากร่างถูกดูดเข้าไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็