พบว่ารอบกายเขามีแต่ความมืดมิดจนไม่อาจแลเห็นแม้แต่นิ้วมือทั้ง 5 จากนั้นในใจเขาก็บังเกิดความรู้สึกเสมือนโลกมันหมุนติ้วชวนให้ผู้คนวิงเวียนไม่น้อย
ความรู้สึกดังกล่าวยังกินเวลานานกว่าสิบลมหายใจถึงจะหยุดลง
หลังความรู้สึกหมุนติ้วหยุดลงแล้ว สองตาต้วนหลิงเทียนก็หวนกลับมาเห็นแสงสว่างอีกครั้ง และด้วยความที่เห็นแสงสว่างอีกครั้งหลังอยู่ในความมืดมานานนับสิบลมหายใจ เขาจึงหยีตาลงเพื่อหลบแสงโดยไม่รู้ตัว
“ที่นี่….”
หลังหยีตาหันรีหันขวางพักหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็บอกได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในป่าทึบแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็พบเห็นแต่ต้นไม้ที่เขาไม่รู้จัก
นอกจากนั้นผืนดินที่เขายืนอยู่ ยังเต็มไปด้วยใบไม้บ้างสดใหม่บ้างก็เริ่มย่อยสลาย นับเป็นผืนดินที่อ่อนนุ่มและอุดมสมบูรณ์มาก
“หืม?”
ทันใดนั้นเอง คล้ายต้วนหลิงเทียนสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวอะไรบางอย่าง สายตาจึงหันขวับไปมองทางพุ่มไม้ไม่ไกลแห่งหนึ่งเขม็ง
พุ่มไม้ดังกล่าวแม้ไม่ทราบว่าเป็นพันธุ์ไม้อะไร หากแต่มีใบสีเหลืองแก่ และค่อนข้างเติบโตได้อย่างดีจึงแลดูหนาแน่นทั้งมั่นคงราวกับจะยึดติดรวมผสานไปกับผืนดิน
“ฮูววว…”
และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนมองสังเกตพุ่มไม้ดังกล่าวโดยละเอียด เขาก็พบเห็นดวงแสงสีเขียวจางๆ 2 ดวงส่องสว่างลอดแนวพุ่มไม้ออกมา
และในวินาทีเดียวกันกับที่เขามองสบเข้ากับดวงแสงสีเขียวจางๆที่ว่า ร่างสีเหลืองเข้มหนึ่งที่แลดูผสมกลมกลืนไปกับสีสันของพุ่มไม้ ก็กระโจนออก