“แน่นอนว่าต่อให้เจ้าถือป้ายหยกของขุมกำลังใดอยู่ แต่ตอนเจ้ารอดกลับออกมาจากแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับต่ำได้ เจ้าก็มีสิทธิ์เลือกจะเข้าร่วมกับขุมกำลังได้ตามใจ”
“และพอถึงตอนนั้น ผู้ที่สามารถทำคะแนนได้เป็นอันดับต้นๆ ก็จักได้รับการเชิญชวนจาก 3 นิกาย 2 ตระกูล โดยพวกมันจะแข่งกันยื่นข้อเสนอดีๆให้พวกเจ้า…”
หูหลินอี้กล่าวสืบต่อจนจบ
“พนัน?”
ต้วนหลิงเทียนกับคนอื่นๆก็เข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งที่หูหลินอี้กล่าวหมายความว่าอะไร
“เหอะๆ 3 นิกาย 2 ตระกูล กระทั่งสิ่งนี้พวกมันยังเอามาเล่นพนันกันได้ นับว่าไม่เห็นชีวิตผู้คนอยู่ในสายตา…อย่างน้อยๆก่อนที่แดนสวรรค์ใต้โบราณจะเปิดให้ผู้ที่รอดกลับออกมา มันก็ไม่เห็นหัวผู้ใด กระทั่งยังเอาชีวิตผู้อื่นมาสร้างเป็นเกมพนันเล่นกันแบบนี้…”
ต้วนหลิงเทียนหันไปเหลือบมองกลุ่มคนของ 3 นิกาย 2 ตระกูลด้วยสายตาเฉยเมย หากแต่ในใจตระหนักได้ถึงความโหดร้ายของธรรมชาติระนาบเทวโลกขึ้นมาจับใจ
หมัดใครใหญ่กว่าเป็นจ้าว!
มีเพียงผู้เข้มแข็งเท่านั้น ที่สามารถละเล่นกับชีวิตผู้ที่อ่อนด้อยกว่าได้
“ฝ่าบาท ตอนนี้ป้ายหยกสะสมคะแนนของพวกเราทำมาจากหยกไม้…ถ้าข้าฆ่าคนที่ถือป้ายหยกชนิดอื่นๆ มันก็แค่ดูดซับคะแนนในป้ายหยกผู้อื่นมา แต่ไม่ได้เปลี่ยนสีป้ายหยกของพวกเราใช่ไหม?”
ยอดเซียนอมตะคนหนึ่งของประเทศฝูชิวเอ่ยถามหูหลินอี้
“ย่อมไม่เปลี่ยนสี”