สหายของชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยสายตาเร่าร้อนปานมีเปลวเพลิงลุกโชน “และในคฤหาสน์เฉวียนโยวจะมีผู้ตรวจการอยู่ด้วกันทั้งสิ้น 10 คน…ผู้ตรวจการทั้ง 10 คนที่ว่า เหล่ายอดฝีมือสามารถเข้าร่วมการทดสอบของคฤหาสน์เฉวียนโวได้ตามใจ ไม่ใช่แค่คนของ 3 นิกาย 2 ตระกูลเท่านั้น แม้แต่คนทั่วไปที่มั่นใจในตัวเองก็สามารถเข้าร่วมการทดสอบได้เช่นกัน! ”
“และผู้ตรวจการของคฤหาสนน์เฉวียนโยวในปัจจุบันทั้ง 10 คนนั้น มาจากนิกายอมตะเหอฮวน 2 คน และจากนิกายอมตะอวิ๋นไถและเป้าผู่อีกอย่างละคน สำหรับตระกูลจ่างซุนกับตระกูลกงหยาง…ไม่มีผู้ใดสามารถผ่านการทดสอบเป็นผู้ตรวจการคฤหาสน์เฉวียนโยวได้เลย”
“แน่นอนว่าผู้ตรวจการของนิกายอมตะเหอฮวนคนหนึ่ง และของนิกายอมตะอวิ๋นไถเป้าผู่อีกอย่างละคน ล้วนเป็นชนรุ่นก่อนอันทรงพลัง ที่ได้ออกจาก 3 นิกาย 2 ตระกูลไปเข้าร่วมคฤหาสน์เฉวียนโยวเต็มตัวแล้ว และมักจะอยู่ในคฤหาสน์เฉวียนโยว ไม่คิดข้องเกี่ยวกับนิกายต้นสังกัดของตัวในอดีตสักเท่าไหร่…”
“แต่เป็นธรรมดาว่าหากทั้ง 3 นิกายอมตะใหญ่พบเจอกับภยันตรายที่ไม่อาจแก้ไขได้ ทั้ง 3 ย่อมปรากฏตัวออกมาช่วยเหลือแน่นอน…อย่างไรก็ตาม คฤหาสน์เฉวียนโยวนั้น จะไม่ยืนหยัดเพื่อพวกมัน”
…
สหายของชายวัยกลางคนได้กล่าวเล่าเรื่องราวออกมาราวกับมหาปราชญ์ คล้ายมันรู้จักคฤหาสน์เฉวียนโยวเป็นอย่างดี
“อั้ยพี่ชายท่านนี้…ไฉนท่านถึงรู้เรื่องของคฤหาสน์เฉวียนโยวมากขนาดนี้เล่า?”