หลังได้ฟังเรื่องราวของสหายชายวัยกลางคนแล้ว หวงเจียหลงก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยกับความรู้มากของอีกฝ่าย
“เจ้านี่ยามว่างมันชอบไถ่ถามเรื่องราวจากผู้อื่นไปทั่วน่ะ…เช่นนั้นพอนานเข้า มันก็เลยรู้เรื่องอะไรหลายๆอย่างที่พวกเราไม่รู้เป็นธรรมดา”
ชายวัยกลางคนตอบแทน
หวงเจียหลงก็พอเข้าใจได้ ที่แท้พี่ชายท่านนี้ก็สายคุยเหมือนกัน
ส่วนอีกด้านนั้น
เมื่อชายวัยกลางคนร่างอ้วน ผู้นำคนของตระกูลจ่างซุนเอ่ยถามออกมา ไม่ว่าจะเป็นผู้นำกลุ่มคนของนิกายอมตะอวิ๋นไถ เป้าผู่ หรือแม้แต่ ผู้นำของตระกูลกงหยาง ก็หันไปมองปี้ไห่หมิงเฟิงเป็นสายตาเดียวกัน
“ประมุขปี้ไห่ เรื่องนี้ข้าสุดแล้วแต่ท่าน”
“ใช่แล้ว ขอประมุขปี้ไห่ตัดสินใจเรื่องนี้เถอะ”
“นิกายอมตะเป้าผู่ของพวกเรา ล้วนว่าตามท่านประมุขปี้ไห่”
ทั้ง 3 คนกล่าวตอบออกมาอย่างพร้อมเพรียง และทั้งหมดเห็นชัดว่ายกให้ปี้ไห่หมิงเฟิงเป็นผู้จัดการเรื่องราวทั้งหมด
กระทั่งพวกมันเอง ก็ไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าผู้นำกลุ่มคนของนิกายอมตะเหอฮวนมาเข้าแดนสวรรค์ใต้โบราณรอบนี้ จะเป็นปี้ไห่หมิงเฟิง!
หากเป็นประมุขคนอื่นๆของนิกายอมตะเหอฮวน พวกมันไม่มีทางไว้หน้าทั้งให้เกียรติอีกฝ่ายด้วยท่าทีนอบน้อมขนาดนี้แน่!
หากทว่ากับชายหนุ่มเบื้องหน้าของพวกมันนั้น อีกฝ่ายไม่เพียงแต่สมควรมีพลังฝีมือเหนือกว่าพวกมันไปแล้วเท่านั้น แต่ยังมีฐานะเป็นถึง 1 ใน 10 ผู้ตรวจการของคฤหาสน์เฉวียนโยว!