ได้ยินคำถามของชายวัยกลางคน สหายที่ถูกถามก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเพื่อนตัวเองด้วยสีหน้าแววตาแปลกๆ ราวกับประหลาดใจไม่น้อยที่เพื่อนตัวดันถามคำถามอะไรพรรค์นี้ออกมา
“แล้วเป็นใครเล่า?”
ชายวัยกลางคนที่ถูกสหายย้อนถาม ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เพราะมันไม่รู้จริงๆว่าผู้นำกลุ่มคนของนิกายอมตะเหอฮวนเป็นใคร
“นั่นน่ะ คือ1 ใน 3 ประมุขนิกายอมตะเหอฮวน ปี้ไห่หมิงเฟิง ผู้นั้น…”
สหายของชายวัยกลางคนไม่รอช้า พลางกล่าวบอกตัวตนผู้นำกลุ่มคนของนิกาอมตะเหอฮวนออกไปทันที
“อะไร!?”
และพอได้ยินคำตอบของสหาย ชายวัยกลางคนก็เร่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “มัน…มันคือปี้ไห่หมิงเฟิง 1 ใน 3 ประมุขนิกายอมตะเหอฮวนผู้นั้น และยังมีอีกฐานะก็คือ 1 ใน 10 ผู้ตรวจการของคฤหาสน์เฉวียนโยว?”
“ไม่ผิด เป็นมันเอง!”
สหายชายวัยกลางคนพยักหน้ารับคำ “ตอนนี้เจ้าคงไม่แปลกใจแล้วกระมัง?”
“พับผ่าเถอะ…มันถึงกับมาด้วยตัวเองจริงๆ?”
ชายวัยกลางคนคลี่ยิ้มแหยๆ “คนผู้นี้น่ากลัวยยิ่งกว่าประมุขอีก 2 คนของนิกายอมตะเหอฮวนเสียอีก…ว่ากันว่าพลังฝีมือของมัน อาจจะก้าวข้ามกว่าประมุขนิกายอมตะเหอฮวนทั้งสองไปแล้ว”
“ไม่ใช่อาจจะ แต่ก้าวข้ามทั้งไปแล้วคู่แน่นอน…หาไม่แล้วเจ้าคิดว่าไฉนมันถึงได้เป็นผู้ตรวจการ แต่ประมุขอีก 2 คนนั่นไม่ได้เป็นเล่า? ต้องทราบด้วยว่าในคฤหาสน์เฉวียนโยว ก็มีผู้ตรวจการอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 10 คนเท่านั้น”
สหายของชายวัยกลางคนกล่าวออกมาอีกครั้ง