และในตอนนี้ไม่ว่าจะต้วนหลิงเทียนหรือใคร หากไม่ใช่สายตาฝ้าฟางไปแล้ว ย่อมมองออกได้ทันทีว่าชายวัยกลางคนร่างอ้วนยามทักทายผู้นำของอีก 4 ขุมกำลังงที่เหลือนั้น ท่าทีปฏิบัติของมันกลับไม่เหมือนกัน
เรียกว่าในบรรดาผู้นำคนของ 3 นิกายและอีกตระกูลที่เหลือ กับคนอื่นๆมันนั้นยังกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงเฉยเมย ท่าทีเหมือนคนเท่าเทียม หากแต่ยามกล่าวทักปี้ไห่หมิงเฟิงคนแรกนั้น มันกลับใช้เสียงสุภาพ เรียกหาผู้อื่นอย่างให้เกียรติ ท่าทียังแลดูนอบน้อมกว่าคนอื่นหลายส่วน
กล่าวได้ว่า มันแสดงความเคารพก็แต่ปี้ไห่หมิงเฟิงเท่านั้น!
ยิ่งไปกว่านั้น ในบรรดาผู้นำทั้ง 4 กลุ่ม มันยังเลือกจะทักปี้ไห่หมิงเฟิงเป็นคนแรก
“ไฉนผู้นำกลุ่มคนของตระกูลจ่างซุน คล้ายจะแลดูมากเคารพกับผู้นำกลุ่มคนของนิกายอมตะเหอฮวนนักเล่า…เท่าที่ข้ารู้มาถึงตระกูลจ่านซุนจะทรงพลังไม่เท่านิกายอมตะเหอฮวน แต่ก็ด้อยกว่ากันไม่มากมิใช่หรือไร?”
ไม่ไกลจากต้วนหลิงเทียนเท่าไหร่ ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งหันไปกระซิบกล่าวถามสหายข้างๆ “อีกทั้งทุกคนก็มาที่นี่ในฐานะตัวแทนของขุมกำลังตัวเอง ฐานะและศักดิ์ศรีล้วนพอๆกัน มันก็มิจำเป็นต้องแลดูยกย่องผู้นำกลุ่มคนของนิกายอมตะเหอฮวนเลยมิใช่หรือไร?”
“เอ่อ…สหาย นี่เจ้าไม่รู้ใช่ไหม ว่าผู้ที่นำกลุ่มคนนิกายอมตะเหอฮวนมาครั้งนี้เป็นใคร?”